276 จำนวนผู้เข้าชม |
08/12/2023
ผมร่วง(Hair Loss, Alopecia)
อาจแบ่งได้หลายชนิดขึ้นกับสาเหตุและรูปแบบของการหลุดร่วง โดยธรรมชาติเส้นผมจะบางลงเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้นทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปแล้วผมร่วงอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งมีปัจจัยจากฮอร์โทนเพศชาย การบาดเจ็บ สารเคมี ยาบางชนิด การขาดสารอาหาร และความเครียด ส่วนสาเหตุอื่นๆ ของผมร่วง ได้แก่ การไหลเวียนเลือดที่ลดลง การติดเชื้อ โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง ฮอร์โมนผิดปกติ และตับหรือไตวาย
การป้องกัน
· การติดเชื้อราที่หนังศีรษะ
o สระผมสม่ำเสมอโดยเฉพาะภายหลังการตัดผม
o หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อรา
o หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น หวี ผ้าเช็ดตัว
การจัดการ
· หลีกเลี่ยงการสระผมด้วยยาสระผมที่ระคายเคืองหรือใช้ ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผมร่วง หาก ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดใดแล้วผมร่วงอย่างมาก ให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันที ควรนวดหนังศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ๆ โดยไม่ใช้เล็บเกาขณะสระผม
· เช็ดผมให้แห้งเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนู หรือปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ
· หวีผมด้วยหวีซี่ห่าง เพราะการหวีผมด้วยหวีซี่ถี่อาจจะดึงเส้นผมให้หลุดร่วงมากขึ้น หวีผมเบาๆ โดยเริ่มจากโคนผม เพื่อช่วยกระจายไขมันจากหนังศีรษะให้ทั่วเส้นผม
· หลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผมและการบำรุงผมที่อาจทำให้เส้นผมขาดหรือทำลายรากผม เช่น การถักเปียแน่น ๆการยีผมให้ฟู การเป่าผมด้วยลมร้อน การสัมผัสสารเคมี จากการทําผม
· สวมหมวกหรือหลีกเลี่ยงการตากแดดโดยตรง
· เลิกสูบบุหรี่
· รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
การส่งต่อแพทย์
· มีอาการผมร่วงอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการดำรงชีวิต
· มีอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆหรือเป็นกระจุก
· มีผมร่วงมากผิดปกติขณะหวีผมหรือสระผม
· มีอาการผมร่วงที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน
· มีอาการคันหรือแสบหนังศีรษะเกิดขึ้น
· การติดเชื้อราที่ศีรษะ
· หนังศีรษะมีลักษณะที่ผิดปกติ
ทางเลือกในการรักษา
ผลิตภัณฑ์สําหรับผิวหนัง (Other Dermatologicals)
· ยาที่ช่วยป้องกันผมร่วง และกระตุ้นการงอกของเส้นผม ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา คือ minoxidil และ finasteride ยารักษาผมร่วงต้องใช้ต่อเนื่องนาน 6-12 เดือน จึงจะเห็นผล และยังต้องใช้ยาต่อไปเพื่อผลการรักษาที่ต่อเนื่อง
· ยาบางชนิดที่มีฮอร์โมนเพศ เช่น finasteride มีผลกระตุ้นการงอกของเส้นผมตามธรรมชาติในเพศชาย
· Finasteride ในขนาดต่ำ ๆ อาจช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้โดยการยับยั้งการสร้าง dihydrotestosterone ที่ต่อมรากผม จึงช่วยป้องกันมิให้เส้นผมมีขนาดเล็กลงและหลุดร่วง ควรใช้เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการในระยะแรก เนื่องจากถ้าศีรษะล้านเต็มที่แล้วจะใช้ไม่ได้ผล อย่างไรก็ตาม ควรใช้ยานี้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากอาจมีผลโดยตรงต่อต่อมลูกหมาก หากใช้ในระยะยาว
· Minoxidil มีฤทธิ์กระตุ้นการงอกของเส้นผมในผู้ป่วยที่รับประทานยานี้ โดยยานี้ทำให้ต่อมรากผมกลับโตขึ้นใหม่ จึงกระตุ้นการงอกของเส้นผม ไม่แนะนำให้ใช้ในรูปแบบรับประทาน ควรใช้ในรูปแบบยาทาภายนอกความเข้มข้น 2% หรือ 5% โดยพรมยาบริเวณที่ผมบาง แล้วใช้นิ้วมือนวดเบาๆ ทำวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้เส้นผมบริเวณดังกล่าวหนาขึ้น และ ต้องทาอย่างต่อเนื่อง มิเช่นนั้นเมื่อหยุดใช้ยาผมจะร่วงอีก ผมจะเริ่มงอกหลังใช้ยานี้ประมาณ 4-6 เดือน และได้ผลสูงสุดหลังทายาเป็นเวลา 12 เดือน สำหรับผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ การระคายเคือง และคันที่หนังศีรษะ
ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์
· แพทย์อาจพิจารณาใช้ยากลุ่มนี้ (ชนิดภายนอกหรือชนิดฉีด ที่ศีรษะ) เพื่อช่วยเร่งการหายของภาวะผมร่วงเป็นหย่อมได้
สารให้ความชุ่มชื้น (Emollients, Cleanser & Skin Protective)
· อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ wheat protein หรือ keratin สำหรับเส้นผมเพื่อบำรุง และเพิ่มความหนาของเส้นผม
ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (Oral Contraceptive)
· ยาคุมกำเนิดสูตรผสมที่มีส่วนประกอบเป็นฮอร์โมนที่มีฤทธิ์ต้านแอนโดรเจน (antiandrogen) กับฮอร์โมนเอสโตรเจน (เช่น cyproterone acetate กับ ethinyl estradiol) อาจใช้ในการรักษาผู้หญิงที่มีผมร่วงจากฮอร์โมนเพศชาย (androgenic alopecia) และใช้เป็นยาคุมกำเนิดไปด้วยได้ในเวลาเดียวกัน แต่การใช้เพื่อรักษาผมร่วงนี้ควรได้รับการประเมินชนิดของ ผมร่วงอย่างเหมาะสมจากแพทย์ก่อนเสมอ
ทางเลือกการรักษาอื่นๆ
การปลูกย้ายเซลล์รากผม เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยการย้ายเซลล์รากผมจากหนังศีรษะที่มีรากผมแข็งแรงไปปลูกถ่าย ยังส่วนที่ศีรษะล้าน วิธีนี้มีราคาแพงมาก และอาจต้องปลูกย้ายมากกว่าหนึ่งครั้ง
© 2024 Company, Inc