ฉีดวัคซีนฟรี
MED4U

กลาก (เชื้อราบนผิวหนัง)

177 จำนวนผู้เข้าชม |

15/08/2025


กลาก (เชื้อราบนผิวหนัง) - สาเหตุ อาการ วิธีป้องกันและรักษา

กลาก (เชื้อราบนผิวหนัง)

สาเหตุ อาการ วิธีป้องกันและรักษา

กลาก (เชื้อราบนผิวหนัง) คืออะไร?

กลาก หรือที่เรียกว่า โรคเชื้อราบนผิวหนัง (Dermatophytosis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes ที่แพร่พันธุ์บนผิวหนัง ทำให้เกิดการระคายเคือง ผื่นแดง คัน หรือแม้กระทั่งแผลถลอกและสะเก็ดเป็นหย่อมๆ บนผิวหนัง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น มือ, เท้า, ศีรษะ, ขาหนีบ หรือแม้กระทั่งในเล็บ

โรคกลากมักเกิดจากการสัมผัสกับเชื้อราผ่านการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น หรือสัมผัสกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องอาบน้ำสาธารณะและสระว่ายน้ำ

สาเหตุของโรคกลาก

เชื้อราที่ก่อให้เกิดกลากมักจะเติบโตในที่ที่มีความชื้นสูงและมีอุณหภูมิอบอุ่น ซึ่งสามารถติดเชื้อได้จากหลายทาง เช่น

  1. การสัมผัสกับผู้อื่นที่ติดเชื้อ: โรคกลากสามารถติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย หรือจากการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ผ้าขนหนู รองเท้า หรือเสื้อผ้า
  2. การสัมผัสกับพื้นเปียก: การเดินหรือสัมผัสกับพื้นที่มีความชื้นสูง เช่น พื้นห้องอาบน้ำ, ห้องซาวน่า หรือสระว่ายน้ำสาธารณะ ที่เป็นแหล่งที่เชื้อราสามารถเติบโตได้ดี
  3. การสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ: การสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อรา เช่น สุนัขหรือแมว ก็สามารถทำให้เกิดโรคกลากได้
  4. ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่มีโรคเบาหวาน หรือผู้ที่กำลังใช้ยาที่ลดภูมิคุ้มกันจะมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อกลาก

อาการของโรคกลากอาการของโรคกลาก

อาการของโรคกลากสามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เชื้อราเกิดขึ้น โดยอาการหลักๆ มีดังนี้:

  • ผื่นแดงและคัน: เกิดขึ้นตามบริเวณที่ติดเชื้อ โดยอาจมีลักษณะเป็นวงกลม หรือเป็นหย่อมๆ และคันอย่างรุนแรง
  • แผลสะเก็ดและบวม: บริเวณที่ติดเชื้ออาจมีสะเก็ดหรือแผลถลอก และบางครั้งอาจมีการบวม
  • การลอกของผิวหนัง: ผิวหนังที่ติดเชื้ออาจลอกหรือแตกออก
  • เล็บเสียหาย: ในกรณีที่เชื้อราเข้ามาผ่านเล็บ อาจทำให้เล็บเปราะหรือเปลี่ยนสี

วิธีการป้องกันโรคกลาก

การป้องกันโรคกลากเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ โดยสามารถทำได้ตามวิธีดังนี้:

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่นที่ติดเชื้อ: ควรหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าขนหนู รองเท้า หรือเสื้อผ้า
  2. รักษาความสะอาด: ควรทำความสะอาดร่างกายและพื้นที่ใช้สอยเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก เช่น ขา, แขน, ขาหนีบ หรือเท้า
  3. สวมรองเท้าที่เหมาะสม: การสวมรองเท้ากีฬาและรองเท้าที่สามารถระบายอากาศได้ดีจะช่วยลดความชื้นที่สะสม
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่มีแผลหรือผิวหนังผิดปกติ: หากสัตว์เลี้ยงมีอาการผิดปกติบนผิวหนัง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสและพาสัตว์ไปหาสัตวแพทย์
  5. แห้งเสมอ: หลังอาบน้ำหรือหลังจากเหงื่อออก ควรเช็ดให้แห้งทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มักเกิดความชื้น

วิธีการรักษาโรคกลาก

การรักษากลากนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและพื้นที่ที่ติดเชื้อ:

  1. ใช้ครีมหรือยาทาภายนอก: สำหรับอาการเบาๆ สามารถใช้ครีมหรือยาทาภายนอกที่มีสารต้านเชื้อรา เช่น ยา clotrimazole, terbinafine หรือ ketoconazole
  2. ยาเม็ดสำหรับเชื้อราทั่วร่างกาย: หากเชื้อราลุกลามหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยครีม อาจจำเป็นต้องใช้ยาต้านเชื้อราทางปาก
  3. ดูแลผิวหนังและสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด: ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่แห้งและสะอาด เพื่อช่วยไม่ให้เชื้อรากลับมาเป็นซ้ำ

เมื่อใดควรไปพบแพทย์?

หากคุณมีอาการกลากที่ไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์หลังจากใช้ยาทา หรือหากอาการรุนแรงขึ้น เช่น มีการติดเชื้อที่มีหนองหรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

บทสรุป

กลากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราบนผิวหนังที่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีต่างๆ โดยการใช้ยาต้านเชื้อราและการดูแลรักษาความสะอาดของผิวหนัง การป้องกันโรคกลากสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและการรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณมีอาการกลากที่ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

© 2024 Company, Inc