ฉีดวัคซีนฟรี
MED4U

การรู้คิดถดถอย

238 จำนวนผู้เข้าชม |

08/12/2023


การรู้คิดถดถอย

         ความจำ (Memory) เป็นศัพท์ที่ใช้ในการอธิบายถึงกลไกความรับรู้ (cognitive) อันได้แก่ การรับข้อมูล การเก็บ และการระลึกได้ ซึ่งความจำนั้นมีหลายลักษณะ ได้แก่ การจำความหมาย (semantic memory) หรือความรู้ทั่วไปของโลกบนพื้นฐานข้อเท็จจริง การจำเหตุการณ์(episodic memory) คือความสามารถที่จะระลึกเหตุการณ์ในชีวิตของตนเองในอดีต และความจำเชิงกระบวนวิธี (procedural memory) และความจำระยะยาว เมื่อข้าสู่วัยชราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อความจำหรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ส่งผลให้เกิดการรู้คิดลดลง (memory decline) หรือการหลงลืมเล็กน้อย (mild forgetfulness หรือ age-related memory decline)

          ปัญหาความจำเนื่องจากความแก่ชราอาจเกิดจากความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมอง เช่น การฝ่อของเนื้อสมองหรือเซลล์ประสาท การสูญเสียความเชื่อมโยงระหว่างเซลล์ประสาท หรือการไหลเวียนเลือดในสมองลดลง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะขาดน้ำ ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ภาวะขาดสารอาหาร การติดเชื้อ อาการไม่พึงประสงค์จากยา และการใช้สารเสพติด ซึ่งทำให้ความทรงจำบกพร่องและนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงของทักษะการรับรู้ได้ โดยการสูญเสียความทรงจำที่ไม่เกี่ยวข้องกับความแก่ชราอาจจำเป็นต้องพบแพทย์โดยทันที

การป้องกัน

  • พยายามสนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมหรือ กิจกรรมทางกายเพื่อรักษาการทำงานของสมอง
  • แนะนำการใช้เทคนิคช่วยจำ เช่น การใช้คำย่อ เพื่อช่วยในกระบวนการเรียนรู้และจดจำ
  • หลีกเลี่ยงการให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน หรืออยู่ในบรรยากาศที่ถูกรบกวนได้ง่าย

การจัดการ

  • สนับสนุนการฝึกทักษะใหม่
  • ให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะทางร่างกายและสมองร่วมกัน
  • แนะนำให้ผู้ป่วยจดบันทึกกิจกรรมหรือตารางนัดหมายเพื่อกันการลืม
  • จัดเรียงสิ่งของที่จำเป็นต่างๆให้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันหรือบริเวรเดิมเสมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารอย่างเพียงพอและหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • ขอความช่วยเหลือหากมีอาการซึมเศร้า

การส่งต่อแพทย์

  • ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้
  • ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่หรือทำตามคำสั่งได้
  • ลืมชื่อบุคคลใกล้ชิดหรือสนิท
  • ถามคำถามเดิมซ้ำๆ
  • หลงทางในที่ ๆ ผู้ป่วยรู้จักดี
  • มีอาการสับสนเวลา หรือปัญหาการจดจำบุคคลหรือสถานที่มากขึ้น
  • ผู้ป่วยละเลยการดูแลตนเอง เช่น ไม่อาบน้ำ หรือไม่รับประทานอาหารที่เหมาะสม

ทางเลือกในการรักษา

ยารักษาโรคการเสื่อมของเซลล์ประสาท

  • ยากลุ่ม Cholinesterase inhibitors เช่น donepezil, galantamine และ rivastigmine ยับยั้งการทำลายสารสื่อประสาทชนิด acetylcholine ส่งผลช่วยเพิ่มการส่งสัญญาณประสาทในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำหรือการเรียนรู้ มักใช้ในโรคความจำเสื่อมหรือ Alzhemier's
    • ขนาดและวิธีการบริหารยา (Dosage & Administration):

 

 

ยา

ขนาดยารับประทานในผู้ใหญ่

ยา

ขนาดยารับประทานในผู้ใหญ่

Donepezil

D: ขนาดยาเริ่มต้น: 5 มก. วันละครั้งก่อนนอน

และเพิ่มเป็น 10 มก. วันละครั้ง หลังจากเริ่ม การรักษาไปแล้ว 1 เดือน

 

A: รับประทานยาตอนท้องว่างหรือหลัง อาหารได้

Rivastigmine

D: ขนาดยาเริ่มต้น: 1.5 มก. วันละ2 ครั้ง และเพิ่มขนาดยาครั้งละ 1.5 มก. ทุก ๆ สองสัปดาห์ จนได้ขนาดยาโดยทั่วไป คือ 3-6 มก. วัน ละ 2 ครั้ง หากมีการหยุดยาไปนานหลายวันจําเป็นต้องเริ่มใช้ยาใน ขนาดเริ่มต้นใหม่ (1.5 มก. วันละ 2 ครั้ง) ขนาดยาสูงสุด: 6

ก. วัน ละ 2 ครั้ง

 

A: รับประทานยาพร้อมอาหาร

Galantamine

D: Tab: ขนาดยาเริ่มต้น: 4 มก. วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์ และปรับเพิ่มขนาดยาเป็น 8 มก. วันละ 2 ครั้งติดต่อกันอีก 4 สัปดาห์ ปรับเพิ่มเป็น 12 มก. วันละ 2 ครั้ง และ 

MR cab: ขนาดยาเต้น: 3 มก. วันละกรง (แนะนําาให้รับประทานตอนเช้า) ดิดต่อกัน 4 สัปดาห์ และปรับเพิ่มขนาดยาเปน 16 มก. วันสะคร่ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ และปรับต่อเป็น 24 มก. วันละครั้ง หากยังไม่สามารถควบคุมอาการได้ 

 

A: รับประทานยาพร้อมอาหาร

D - dosage (ขนาดยา) A- administration (วิธีการบริหารยา) Tab- ยาเม็ด MR cap - ยาแคปซูลชนิดควบคุมการปลดปล่อยยา มก. - มิลลิกรัม

 

·        อาการข้างเคียงของยาที่อาจพบได้บ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องเสีย

·        ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยที่มีการนำสัญญาณไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ โรคหืด  ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทางเดินอาหารหรือทางเดินปัสสาวะอุดตัน มีความเสี่ยงเป็นแผลในกระเพาะอาหาร เป็นโรคไตหรือตับ และหญิงตั้งครรภ์-ให้นมบุตร

·        ยากลุ่ม N-methyl-D-aspartate (NMDA)-receptor antagonists เช่น memantine อาจพิจารณาใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการของ Alzheimer's ในระดับปานกลางถึงรุนแรง อาการข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ มึนงง ปวดศีรษะ พิจารณาหลีกเลี่ยงการใช้ยาในผู้ป่วยโรคไต-ตับ โรคลมชัก โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะที่ปัสสาวะเป็นด่าง หญิงตั้งครรภ์-ให้นมบุตร รวมถึงควรเลี่ยงการใช้ร่วมกับยากลุ่ม NMDA antagonists เช่น dextromethorphan, ketamine

·        ขนาดและวิธีการบริหารยา (Dosage & Administration):

 

 

ยา

ขนาดยารับประทานในผู้ใหญ่

Memantine

D: ขนาดยาเริ่มต้น: 5 มก. วันละครั้ง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และเพิ่มขนาดยา ครั้งละ 5 มก. ทุกสัปดาห์จนควบคุมอาการได้ ขนาดยาสูงสุด: 20 มก./วัน

 

A: รับประทานยาตอนท้องว่างหรือหลังอาหารได้

D-dosage (ขนาดยา) A – administration (วิธีการบริหารยา) บก. – มิลลิกรัม

 

ยากลุ่ม Nootropics และ Neurotonics/Neurotrophics

  • ยากลุ่ม Neurotrophic agent เช่น porcine brian-derived peptide อาจใช้ในการรักษาโรคพฤดิกรรมและอารมณ์เปลี่ยน เนื่องจากการบาดเจ็บทางสมอง (organic brain syndrome) โดยเฉพาะด้านสมาธิและความจำเช่น ภาวะสมองเสื่อม ควรหลีกเลี่ยง ในผู้ป่วยที่ไตบกพร่องชนิดรุนแรง มีภาวะชักต่อเนื่อง (status epilepticus) อาการชักแบบแกรนด์มาล (grand mal)
  • ยากลุ่ม Nootropic agent เช่น nicergoline และ piracetam อาจใช้ร่วมในการรักษาภาวะสมองเสื่อมหากมีความจำเป็น
    • Piracetam อาจใช้เป็นยาเสริมในการรักษาโรคสมองเสื่อม ยานี้ช่วยป้องกันส่วนเปลือกสมอง (cerebral cortex) จากภาวะเนื้อเยี่อพร่องออกซิเจนและยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเหลือด และลดความหนืดของเลือดเมื่อใช้ยาในขนาดสูง จำเป็นต้องปรับขนาดยาตามค่าการทำงานของไต และไม่ควรใช้ในผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย มีเลือดออกในสมอง
  • Citicoline เป็นสารอนุพันธ์ของ choline และ cytidine ซึ่งมีส่วนร่วมในกระบวนการสังเคราะห์เลซิทิน และอาจช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและการใช้ออกซิเจนของสมอง อาจพิจารณาใช้ในผู้ป่วย Alzheimer's หรือมีภาวะสมองเสื่อมได้หากมีความจำเป็น

ยากลุ่ม Peripheral Vasodilators & Cerebral Activators

  • ยาหลายชนิดในกลุ่มนี้อาจใช้เสริมในการรักษาอาการหรืออาการแสดงที่เกิดขึ้นในผู้ป่วย Alzheimer’s ได้
  • ยากลุ่มอนุพันธ์ ergot เช่น nicergoline ใช้เสริมการรักษาภาวะความจำเสื่อมเหตุจากหลอดเลือดสมอง หรือ Alzheimer' s ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของเลือด (porphyria) และหญิงตั้งครรภ์
  • สารสกัด Ginkgo biloba (เช่น EGb 761) มีข้อมูลแสดงให้เห็นถึงผลส่งเสริมปรีชาปัญญา และสมรรถภาพทางสังคมในผู้ป่วย Alzheimer's หรือสมองเสื่อมจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมองหรือสมองเสื่อมชนิดผสม
    • กลไกที่อาจเป็นไปได้ของ Ginkgo biloba ในผู้ป่วย Alzheimer’s อาจมาจากผลยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ผลต่อหลอดเลือด การรบกวนสัญญาณประสาท และการลดการใช้น้ำตาลในสมอง
    • สารสกัด Gingko biloba ยังมีผลยับยั้งเอนไซม์ acetylcholinesterase ได้

 

© 2026 Siammerx Co., Ltd