165 จำนวนผู้เข้าชม |
18/09/2025
โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcer) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้ในปัจจุบัน โดยจะเห็นได้บ่อยในกลุ่มคนที่ละเลยสุขภาพเพราะใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ โรคแผลในกระเพาะอาหารสามารถทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัวจากการปวดท้อง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้
ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ โรคแผลในกระเพาะอาหาร สาเหตุที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะ พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง และวิธีการรักษาและบรรเทาเพื่อป้องกันอาการเรื้อรัง
โรคแผลในกระเพาะอาหาร เป็นผลจากการที่เยื่อบุผนังกระเพาะอาหารถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหารจนเป็นแผล ต่างจากโรคกระเพาะอาหาร (Dyspepsia) ที่หมายถึงอาการรวมๆ ของความผิดปกติในกระเพาะ และต่างจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis) ซึ่งเป็นอาการต้นของเยื่อบุกระเพาะอาหารที่กำลังถูกทำลาย จะกลายเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารได้ในภายหลัง
สาเหตุตรงๆ ที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารคือ:
แบคทีเรียชนิดนี้พบได้ทั่วไปในกระเพาะมนุษย์ โดยปกติไม่สร้างปัญหา แต่ในบางเคสมีโอกาสเชื้อเติบโตเกินไปจนเริ่มทำลายเยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบจนเป็นแผลได้
การใช้ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น แอสไพริน หรือไอบูโปรเฟน อาจส่งผลระคายเคืองและทำลายเยื่อบุผนังกระเพาะอาหารเสียเองได้หากใช้ในระยะยาวหรือในปริมาณมากเกินไป
การมีพฤติกรรมต่อไปนี้แม้จะไม่ได้ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารโดยตรง แต่ก็มีความเสี่ยงในการทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาในกระเพาะเดิมอยู่แล้ว การเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นการป้องกันปัญหาในกระเพาะอาหารไปในตัว
ควันบุหรี่จะแอลกอฮอล์มักทำให้เยื่อบุผนังกระเพาะอาหารระคายเคือง นอกไปจากนี้ควันบุหรี่จะทำให้แผลในกระเพาะหายช้า และแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้กระเพาะสร้างกรดเกินความจำเป็น
การรับประทานอาหารที่รสชาติเปรี้ยวหรือมีเผ็ดจัดเป็นประจำจะมีผลต่อกระเพาะอาหาร อาหารที่เปรี้ยวมักมีกรดสูง ซึ่งจะมีส่วนในการทำลายเยื่อบุในกระเพาะอาหาร ส่วนอาหารเผ็ดมักมาคู่กับอาหารเปรี้ยว มีสารแคปไซซินที่ทำให้การอักเสบเดิมระคายเคือง การงดมื้ออาหารก็มีผลเช่นกัน
ความเครียดความเครียดรุนแรงจะเสี่ยงต่ออาการทางสุขภาพอื่นๆ ที่ตามมา หนึ่งในนั้นคืออาการเครียดลงกระเพาะที่กระตุ้นให้กระเพาะผลิตกรดเกินความจำเป็น และอาจมีโรคกรดไหลย้อนตามมาด้วย
อาการของโรคแผลในกระเพาะอาหารมีหลากหลายรูปแบบและอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางครั้งก็ไม่แสดงอาการจนกระทั่งมีอาการรุนแรง โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่:
อาการเฉพาะเป็นอาการปวดท้องบริเวณส่วนกลางหรือด้านบนของท้อง รู้สึกปวดแสบเป็นจุดๆ ที่กระเพาะเหมือนมีอะไรกำลังกัดกินอยู่
เนื่องจากแผลในกระเพาะอาหารอาจเกิดจากหลายปัจจัย ผู้ป่วยอาจมีปัญหาในกระเพาะและทางเดินอาหารอื่นๆ ร่วมด้วย เช่นรู้สึกท้องอืดหรือมีอาการท้องผูก คลื่นไส้ อาเจียน โดยมักจะเกิดหลังรับประทานอาหาร
เพราะแผลในกระเพาะอาหารทำให้รับประทานอาหารแล้วปวดท้องบ่อย ผู้ป่วยอาจไม่อยากอาหาร ทำให้น้ำหนักลด
หากแผลรุนแรงจนถึงขั้นเลือดออก เลือดอาจปนอยู่ในอาเจียนหรืออุจจาระ เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
การวินิจฉัยโรคนี้เองทำได้ยากเพราะมีอาการคล้ายกับโรคอื่นๆ เช่นกรดไหลย้อน โรคกระเพาะแพทย์จะซักประวัติถึงการใช้ยา NSAIDs และตรวจแบคทีเรีย H. pylori จากนั้นจะทำการตรวจเฉพาะโดยการส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อตรวจหาแผลในกระเพาะอาหาร
แผลในกระเพาะอาหารส่วนใหญ่สามารถหายเองได้ แต่การบรรเทาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยให้หายไวขึ้น:
หากแผลในกระเพาะเกิดจากการเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori แพทย์มักจะสั่งยาปฏิชีวนะ เช่น อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) และคลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ใช้ลดอาการปวดและการบาดเจ็บจากกรดในกระเพาะอาหาร แพทย์จะให้ยาลดกรด (Antacids) เพื่อลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร และอาจมียายับยั้งการหลั่งกรดที่มีผลยาวกว่า เช่นยาประเภท Proton Pump Inhibitors ชื่อย่อว่า PPIs ที่หยุดการหลั่งของกรด หรือจะเป็นประเภท H2 Blockers ที่ยับยั้งเซลล์กระตุ้นสร้างกรด
เลี่ยงอาหารและสารที่ทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองจะช่วยลดอาการปวด และช่วยให้แผลในกระเพาะหายเร็วขึ้น
โรคแผลในกระเพาะอาหาร เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถรักษาได้หากได้รับการดูแลและรักษาอย่างถูกต้อง การรู้จักสัญญาณและปรับพฤติกรรมแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคและภาวะแทรกซ้อน หากสงสัยว่าอาจเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม
© 2026 Siammerx Co., Ltd