Mumps การระบาดในฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิในพื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีนน้อย
"Mumps" หรือ โรคคางทูม อาจฟังดูเหมือนโรคในอดีต แต่ในความเป็นจริงโรคนี้ยังคงพบการระบาดเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิเมื่อผู้คนอยู่ในอาคารมากขึ้น ทั้งยังวัคซีนที่ยังครอบคลุมไม่ทั่วถึง การระบาดล่าสุดในประเทศท่องเที่ยวยอดนิยมและในมหาวิทยาลัยต่างๆ แสดงให้เห็นว่าโรคคางทูมยังสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วในวัยรุ่น ผู้ใหญ่ตอนต้น และนักเดินทางที่ไม่ได้รับวัคซีนครบ
มาทำความเข้าใจว่า ช่วงเวลาที่โรคระบาดคือเมื่อไหร่ ใครคือผู้ที่มีความเสี่ยง และประเทศใดที่พบการเพิ่มการระบาดเพิ่มขึ้นของโรค จะช่วยให้ครอบครัวและนักท่องเที่ยวป้องกันตนเองได้ดีขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยวค่ะ มาดูกัน
ฤดูกาลระบาดของโรคคางทูม
แม้การฉีดวัคซีนรวม MMR (หัด–คางทูม–หัดเยอรมัน) จะทำให้จำนวนผู้ป่วยลดลงมาก แต่การระบาดเป็นกลุ่มก้อนนั้นยังสามารถพบได้ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และชุมชนที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ โดยเฉพาะในประเทศเขตอบอุ่นที่ยังเห็นยอดระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิอย่างต่อเนื่อง
อาการของโรคคางทูม
- คางบวมหรือมีอาการบวมของต่อมน้ำลายหลังหู (parotitis) อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้าง
- มีไข้
- ปวดหัว
- อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย
- บางรายมีอาการเจ็บหูหรือเจ็บเวลาขบเคี้ยวอาหาร
⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง: แม้ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการเลย แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้
ภาวะแทรกซ้อนในผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน
- อัณฑะอักเสบ (orchitis)
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- สูญเสียการได้ยิน
ใครคือบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
- ผู้ที่ไม่ได้รับ MMR ครบ 2 เข็ม หรือไม่ได้ฉีดเลย
- วัยรุ่นและคนหนุ่มสาวในโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือหอพัก
- เด็กเล็กที่อยู่ในห้องเรียนหรือศูนย์เด็กที่คนเยอะ
- กลุ่มที่ใกล้ชิดกัน เช่น ทีมกีฬา ทหารใหม่
- นักเดินทางไปประเทศที่มีการระบาด
- ผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ (มักไม่ได้รับวัคซีนชนิดเชื้อเป็น)
ทำไมโรคคางทูมถึงพีคในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ
- อยู่ในอาคารใกล้ชิดกันมากขึ้น
- เนื่องจากมีความแออัดในห้องเรียน หอพัก ศูนย์เด็กเล็ก
- ความชื้นต่ำและอากาศหมุนเวียนไม่ดี
- การแพร่ผ่านละอองฝอย น้ำลาย หรือใช้แก้วน้ำหรือช้อนส้อมร่วมกัน
- การฉีดวัคซีนไม่ครบหรือภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้เชื้อกลับมาระบาดได้
ประเทศที่พบการระบาดมาก โดยรวมจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย
โรคคางทูมมักเพิ่มขึ้นในประเทศที่มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมไม่ทั่วถึง และหลายประเทศในลิสต์นี้ก็เป็นสถานที่ที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวค่ะ
East Asia
🇯🇵 Japan
- MMR ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมวัคซีนพื้นฐาน ทำให้เกิดการระบาดซ้ำ
- พบการเพิ่มขึ้นชัดเจนช่วง ธันวาคม–เมษายน
- สำคัญมากสำหรับครอบครัวที่พาเด็กไปเที่ยวญี่ปุ่นฤดูหนาว
🇰🇷 South Korea
- แม้มีการฉีดวัคซีนสูง แต่ยังพบการระบาดในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยช่วงฤดูหนาว–ใบไม้ผลิ
🇭🇰 Hong Kong / 🇹🇼 Taiwan
- มีการระบาดประปราย โดยมักพีคในช่วงอากาศเย็น
Europe
🇬🇧 United Kingdom
- การระบาดในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ฉีดวัคซีนไม่ครบ
- พีคช่วงปลายฤดูหนาว–ฤดูใบไม้ผลิ
🇩🇪 Germany, 🇫🇷 France, 🇳🇱 Netherlands
- การระบาดในชุมชนที่มีการฉีดวัคซีนต่ำ
- เป็นจุดหมายฮิตของนักท่องเที่ยวไทยช่วงหนาว
North America
🇺🇸 United States & 🇨🇦 Canada
- เกิดคลัสเตอร์ในมหาวิทยาลัย ทีมกีฬา หอพัก
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้ฉีดวัคซีนครบ
Oceania
🇦🇺 Australia & 🇳🇿 New Zealand
- พบการระบาดในช่วงฤดูหนาว–ฤดูใบไม้ผลิของประเทศนั้นๆ
การป้องกัน
- ฉีดวัคซีน MMR ครบ 2 เข็ม – การป้องกันที่ดีที่สุด
- ไม่ใช้แก้วน้ำ ขวดน้ำ ช้อนส้อมร่วมกัน
- ล้างมือบ่อยๆ
- อยู่บ้านหากมีอาการบวมบริเวณคางหรือไข้ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
- นักเดินทางควรตรวจสอบประวัติวัคซีนก่อนเดินทาง โดยเฉพาะถ้าไปญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร
สรุป
โรคคางทูมยังมีการระบาดในช่วงฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ฉีดวัคซีนต่ำ เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานที่แออัด อาการที่เด่นชัดของโรคก็คือคางบวม (parotitis) และผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าปกติ
นักท่องเที่ยวไทยควรระวังเมื่อไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐฯ หรือออสเตรเลียในช่วงฤดูหนาว–ใบไม้ผลิ การฉีดวัคซีน MMR ครบ 2 เข็มยังคงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดในการคุ้มครองตัวเองและครอบครัวค่ะ
TH
EN
CN
JAP
AR