ฉีดวัคซีนฟรี
MED4U

หลอดลมอักเสบ

392 จำนวนผู้เข้าชม |

08/12/2023


หลอดลมอักเสบ (Bronchitis)

เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจที่เป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบของทางเดินหายใจไปยังปอด โดยเฉพาะหลอดลม หลอดลมอักเสบแบ่งเป็น 2 แบบ: แบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน มีลักษณะคือมีอาการทันที และอาการของโรคสั้น หลอดลมอักเสบเฉียบพลันนี้ ปกติมีสาเหตุจากการอักเสบของทางเดินหายใจหรือหลอดลมเนื่องจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย และมีการกำเริบจากการสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น เช่น ควันบุหรี่ มลพิษทางอากาศ ไอระเหยสารเคมี เป็นต้น หลอดลมอักเสบเรื้อรัง มีลักษณะสำคัญคือ การอาการของโรคยาวนาน (3 เดือนต่อปี ติดต่อกันนาน 2 ปี) การอักเสบของหลอดลมติดต่อกันเป็นเวลานาน และอุดกั้นทางเดินหายใจ ปกติอาการจะเกิดขึ้นการสูบบุหรี่ และจะแย่ลงจากการติดเชื้อหรือสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น หลอดลมอักเสบมักจะพบร่วมกับโรคถุงลมโป่งพอง (emphysema) เช่น ถุงลมถูกทำลาย โดยทั่วไป สาเหตุของหลอดลมอักเสบ ได้แก่ การสูบบุหรี่ และมลพิษทางอากาศซึ่งกระตุ้นทางเดินหายใจตลอดเวลาส่งผลให้เกิดการอักเสบและสร้างเมือกมากเกินไป

ภาวะนี้ส่งผลให้ทางเดินอากาศตีบลง ดังนั้นจึงเพิ่มแนวโน้มในการติดเชื้อ และการติดเชื้อซ้ำซาก และการความเสียหายของเนื้อเยื่อมากขึ้น อาการแทรกซ้อนของหลอดลมอักเสบ ได้แก่ ถุงลมโป่งพอง การติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย ๆ และอาการไอเป็นเลือด (การไอออกมาเป็นเลือด)

การป้องกัน

·      รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้มีภูมิต้านทานการติดเชื้อ

·      เลิกบุหรี่และหลีกเสี่ยงการอยู่ในบริเวณเดียวกับผู้ที่สูบบุหรี่

·      สวมหน้ากากอนามัยหรือผ้าปิดปากที่เหมาะสม ในกรณีที่ต้องสัมผัสฝุ่นละออง หรือสารเคมีในระหว่างวัน

·      ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอยู่เสมอ

·      ฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เช่น วัดซีนไข้หวัดใหญ่

การจัดการ

·      พักผ่อนและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ

·      อาจใช้เครื่องทำความชื้นเพื่อบรรเทาอาการไอหรือเสมหะเหนียวข้น

·      เมื่อไอจามควรปิดปากด้วยผ้าหรือกระดาษทิชชู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการไอหรือจามรดมือเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู้ผู้อื่น

การส่งต่อแพทย์

·      เมื่อมีอาการติดต่อกันนานกว่า 3 สัปดาห์

·      เมื่อมีอุณหภูมิร่างกายมากกว่า 38 องศาเซลเซียส

·      เสมหะเปลี่ยนสีหรือมีเลือดปน

·      หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก มีอาการหอบ

·      อาการไอรบกวนคุณภาพการนอนหลับ

ทางเลือกในการรักษา

ยาบรรเทาอาการไอและหวัด

·      ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของอนุพันธุ์ฝิ่น เช่น codeine. dextromethorphan ออกฤทธิ์ยับยั้งศูนย์การไอในสมองโดยตรงอาการไม่พึงประสงค์จากยาที่พบบ่อย ได้แก่ ง่วงซึม ท้องผูก

o  Dextromethorphan เป็นยาแก้ไอที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย มักไม่ก่อให้เกิดปัญหาง่วงซึมหรืออาการขอระบบประสาทส่วนกลาง ยกเว้นในกรณีที่ใช้ยาในขนาดสูง

o  Codeine เป็นยาแก้ไอที่มีประสิทธิภาพดี อาจทำให้มีอาการง่วงซึมได้บ้าง อย่างไรก็ตามยานี้จำเป็นต้องได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์เท่านั้น

o  ยาแก้ไออื่น ๆ เช่น levodropropizine ช่วยลดความไวของตัวรับต่าง ๆ ที่มีผลต่อการไอในทางเดินหายใจ

·      ยาขับเสมหะที่มีส่วนประกอบ เช่น เกลือแอมโมเนีย Guaifenesin, sodium citrate. Terpin hydrate ช่วยกระตุ้นการหลั่งเมือกในหลอดลมทำให้เสมหะมีความเหลวมากขึ้นและง่ายต่อการกำจัดออกโดยการไอ

·      ยาบรรเทาอาการไอและหวัด บางชนิดมียาเสมหะ (mucolytics) เช่น acetylcysteine, ambroxol, bromhexine, Carbocisteine ช่วยลดความหนาของเมือกเพื่อช่วยให้ไอเอาเมือกออกมา

·      ยาบรรเทาอาการไอและหวัดอื่นๆ อาจมีส่วนผสมของยาต่อไปนี้ร่วมด้วยเพื่อประโยชน์ในการบรรเทาอาการ

o  ยาลดบรรเทาปวด เช่น paracetamo, buprofen ซึ่งการใช้ยากลุ่มนี้ควรพิจารณาเฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้นและควรตรวจสอบข้อห้ามใช้ของยาสำหรับผู้ป่วยด้วย

กลุ่มยารักษาโรคหอบหืด (Antiasthmatic) และกลุ่มยารักษาโรคปอดอุดกั้นเรื่อรัง (COPD)

·      การใช้ยาหลอดลมของ B2-agonists เช่น bambuterol. clenbuterol, fenoterol, formoterol, hexoprenaline, orciprenaline, procaterol, salbutamal, salmeterol. terbutaline และ tulobuterol อาจมีประโยชน์ในการรักษาหลอดลมอักเสบแต่ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

·      ยากลุ่ม methylxanthines เช่น aminophylline และ theophylline ปกติใช้เป็นตัวเสริม beta2-agonist และกรณีโรคหลอดลมอักเสบ การรักษาด้วย corticosteroid ในผู้ป่วยที่จำเป็นที่ต้องใช้ฤทธิ์ขยายหลอดลม แต่การใช้ยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

·      Ipratropium bromide เป็นยากลุ่ม anticholinergic ชนิดสูดพ่นอาจใช้ในการบรรเทาการหดเกร็งของหลอดลมได้

ยาต้านการติดเชื้อ

·      การใช้ยาต้านการติดเชื้อจะพิจารณาเมื่อมีอาการที่สงสัยได้ว่าติดเชื้อที่หลอดลมจริงซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยที่เหมาะสมจากแพทย์เป็นหลัก และชนิดยาที่เลือกใช้นั้นมีความหลากหลายขึ้นกับเชื้อที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุ โอกาสในการติดเชื้อดื้อยา หรือลักษณะของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

·      กลุ่มยา Macrolides เช่น azithromycin, clarithromycin, erythromycin, midecamycin, roxithromycin และ spiramycin และกลุ่มยา tetracyclines เช่น doxycycline, minocycline และ oxytetracycline มีการใช้ในการรักษาหลอดลมอักเสบ

·      กลุ่มยา Cephalosporins ตั้งแต่ รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 4 ยังคงมีการใช้ในการรักษาหลอดลมอักเสบ ได้แก่

o  กลุ่มยารุ่นที่ 1: cetadroxil, cetalexin, cefazolin

o  กลุ่มยารุ่นที่ 2: cefaclor, cefamandole, cefmetazole, cefminox, cefonicid, ceforanide, cefotetan, cefoxitin, cefprozil, cefuroxime, loracarbef

o  กลุ่มยารุ่นที่ 3: cefdinir, cefetamet, cefixime, cefoperazone, cefotaxime, cefpodoxime, ceftazidime, ceftibuten, ceftizoxime. Ceftriaxone

o  กลุ่มยารุ่นที่ 4: cefepime, cefpirome

ยาปฏิชีวนะอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับโรคหลอดลมอักเสบ ได้แก่

·      กลุ่มยา Penicillins(เช่น amoxicillin , ampicillin)

·      กลุ่มยา Quinolones(เช่น amoxicillin , ampicillin)

© 2026 Siammerx Co., Ltd