ฉีดวัคซีนฟรี

รังสี UV ทำร้ายดวงตา: สิ่งที่คุณอาจยังไม่ได้ป้องกัน

9 จำนวนผู้เข้าชม |

05/06/2026


รังสี UV ทำร้ายดวงตา: สิ่งที่คุณอาจยังไม่ได้ป้องกัน

ดวงตาของคุณก็ถูกแดดเผาได้เช่นกัน

คุณทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน บางครั้งอาจสวมหมวกด้วย แต่ดวงตาล่ะ คนส่วนใหญ่มักแทบไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่รังสี UV กำลังทำร้ายดวงตาอย่างเงียบ ๆ และสะสมไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกโดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม

ข่าวดีคือ ความเสียหายต่อดวงตาจากรังสี UV ส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ แต่ข่าวร้ายคือ คนจำนวนมากยังป้องกันดวงตาได้ไม่เพียงพอ


รังสี UV ทำอะไรกับดวงตาของคุณ

รังสีอัลตราไวโอเลตที่ส่องมาถึงพื้นโลกมี 2 ชนิดหลัก คือ UVA และ UVB ทั้งสองชนิดสามารถผ่านเข้าสู่ดวงตาและก่อให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างต่าง ๆ ของดวงตาในรูปแบบที่แตกต่างกัน

การได้รับรังสี UV ในระยะสั้นอาจทำให้เกิดภาวะ photokeratitis หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือ “กระจกตาถูกแดดเผา” ซึ่งเป็นการอักเสบบริเวณผิวหน้าของดวงตา ภาวะนี้ทำให้ปวดตา ตามัวชั่วคราว และพบได้บ่อยหลังใช้เวลาทั้งวันที่ชายหาดหรือบนหิมะโดยไม่มีการป้องกันดวงตา หลายคนอาจไม่เชื่อมโยงอาการกับแสงแดด เพราะอาการมักเกิดขึ้นหลายชั่วโมงหลังได้รับรังสี UVในระยะยาว ความเสียหายจะค่อย ๆ สะสมมากขึ้น โดยอาจเกี่ยวข้องกับภาวะต่อไปนี้

  • ต้อกระจก: ต้อกระจกเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะตาบอดที่สามารถป้องกันได้ทั่วโลก การได้รับรังสี UV อาจเร่งให้เลนส์ตาขุ่นเร็วขึ้น องค์การอนามัยโลกประเมินว่า ต้อกระจกมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์อาจมีสาเหตุมาจากการได้รับรังสี UV
  • ต้อลมและต้อเนื้อ: ต้อเนื้อเป็นก้อนเนื้อที่งอกขึ้นบริเวณตาขาว และอาจค่อย ๆ ลามเข้าสู่กระจกตา จนส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติ ภาวะนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับการได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน
  • จอประสาทตาเสื่อม: รังสี UV และแสงที่มีพลังงานสูงในช่วงที่ตามองเห็นได้ อาจเกี่ยวข้องกับความเสียหายต่อจุดรับภาพชัด หรือ macula ซึ่งเป็นส่วนกลางของจอประสาทตาที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการมองเห็นรายละเอียด เมื่อการมองเห็นส่วนกลางสูญเสียไปแล้ว มักไม่สามารถฟื้นกลับมาได้อย่างสมบูรณ์
  • มะเร็งผิวหนังบริเวณเปลือกตา: ผิวหนังบริเวณเปลือกตาบางมาก และเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่พบมะเร็งผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับรังสี UV ได้บ่อย แต่กลับเป็นบริเวณที่หลายคนมักไม่ได้ป้องกันด้วยครีมกันแดดหรืออุปกรณ์ป้องกันแสงแดด

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย 3 เรื่อง

1. ต้องใส่แว่นกันแดดเฉพาะวันที่แดดออกเท่านั้น

เมฆไม่ได้ป้องกันรังสี UV ได้ทั้งหมด มีการศึกษาพบว่ารังสี UV มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ยังสามารถผ่านมาถึงดวงตาได้ในวันที่ท้องฟ้าครึ้ม แม้ท้องฟ้าจะดูเป็นสีเทา แต่ดวงตาของคุณยังคงได้รับรังสี UV อยู่ ลองนึกถึงรังสี UV เหมือนฝน คุณอาจมองไม่เห็น แต่มันยังผ่านมาถึงคุณได้

2. แว่นกันแดดที่เลนส์เข้มกว่าป้องกันได้ดีกว่า

สีหรือความเข้มของเลนส์ไม่ได้บอกว่าเลนส์นั้นกรองรังสี UV ได้ดีเพียงใด ในความเป็นจริง เลนส์ที่มืดมากแต่ไม่มีสารเคลือบป้องกันรังสี UV อาจทำอันตรายมากกว่าการไม่ใส่แว่นเลย

เหตุผลคือ เลนส์มืดทำให้รูม่านตาขยายกว้างขึ้นเพื่อรับแสงมากขึ้น หากเลนส์ไม่มีตัวกรองรังสี UV ก็อาจทำให้รังสี UV เข้าสู่ดวงตามากกว่าปกติ ดังนั้นควรตรวจสอบฉลากเสมอว่ามีคำว่า “UV400” หรือ “ป้องกัน UVA และ UVB ได้ 100%” เพราะนี่คือตัวเลขและข้อความที่สำคัญที่สุด

3. เด็กไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องแสงแดดกับดวงตา

ดวงตาของเด็กมีความไวต่อรังสี UV มากกว่าผู้ใหญ่ เลนส์ตาของเด็กยังใสกว่า จึงกรองรังสี UV ได้น้อยกว่า และปล่อยให้รังสี UV ผ่านไปถึงด้านหลังของดวงตาได้มากกว่า

งานวิจัยบางส่วนชี้ว่า สัดส่วนจำนวนมากของการได้รับรังสี UV สะสมตลอดชีวิตอาจเกิดขึ้นก่อนอายุ 18 ปี การฝึกให้เด็กใส่แว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UV ได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่อายุยังน้อย จึงเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันระยะยาวที่มีประโยชน์มาก


วิธีปกป้องดวงตาอย่างถูกต้อง

  • เลือกแว่นกันแดด UV400: ค่า UV400 หมายถึงเลนส์สามารถป้องกันแสงที่มีความยาวคลื่นได้ถึง 400 นาโนเมตร ซึ่งครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB อย่างครบถ้วน แว่นทรงโค้งหรือแบบ wraparound จะช่วยป้องกันแสงที่เข้ามาจากด้านข้างได้ดีกว่า
  • สวมหมวกปีกกว้าง: หมวกที่มีปีกกว้างประมาณ 7.5 เซนติเมตรขึ้นไป สามารถช่วยลดการได้รับรังสี UV บริเวณดวงตาได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • อย่าลืมปกป้องเปลือกตา: ควรทาครีมกันแดดปริมาณเล็กน้อยบริเวณรอบดวงตา แต่ระวังไม่ให้เข้าตา หรือเลือกใช้ครีมกันแดดชนิดแท่งสูตร mineral-based ที่ออกแบบมาสำหรับใบหน้า
  • ระวังเป็นพิเศษเมื่ออยู่ใกล้พื้นผิวสะท้อนแสง: น้ำ ทราย และหิมะสามารถสะท้อนรังสี UV ได้ ทำให้ปริมาณรังสีที่ดวงตาได้รับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี:ภาวะที่เกี่ยวข้องกับรังสี UV หลายอย่างมักค่อย ๆ เกิดขึ้นและไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก การตรวจตาเป็นประจำช่วยให้พบความเปลี่ยนแปลงได้ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก

สรุป

ความเสียหายต่อดวงตาจากรังสี UV เป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นแบบสะสม และเมื่อเกิดขึ้นแล้วมักย้อนกลับได้ยาก ต่างจากผิวหนังที่ถูกแดดเผา คุณอาจไม่รู้สึกว่าดวงตากำลังถูกทำร้ายอยู่ และดวงตาไม่สามารถผลัดหรือสร้างเซลล์ทดแทนความเสียหายได้เหมือนผิวหนัง

วิธีป้องกันไม่ได้ซับซ้อน แว่นกันแดดที่มีมาตรฐาน UV400 และหมวกสักใบที่มีราคาถูกกว่าผลเสียระยะยาวจากการไม่ป้องกันดวงตา

ปกป้องดวงตาเหมือนกับที่คุณปกป้องผิว เพราะดวงตาของคุณสมควรได้รับการดูแลไม่น้อยไปกว่ากัน


จัดทำโดย: ภญ ปุณยนุช อังคะนาวิน

แหล่งอ้างอิง: Eyes On Group, National Center for Biotechnology Information, CooperVision Live Brightly,

© 2026 Siammerx Co., Ltd