378 จำนวนผู้เข้าชม |
08/12/2023
เจ็บคอ(Sore Throat)
เป็นภาวะที่มีอาการไม่สบายในลำคอ ทำให้กลืนลำบากและเจ็บปวด ผู้ที่เจ็บคอมักมีอาการคอแห้ง แดง แสบและระคายเคือง สาเหตุที่ทำให้เจ็บคอที่พบบ่อยคือการติดเชื้อไวรัส การติดเชื้อแบคทีเรีย การสัมผัสกับมลภาวะและสารระคายเคืองในอากาศ (เช่น ควันบุหรี่) อากาศแห้ง การใช้เสียงมาก โรคกรดไหลย้อน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารรสเผ็ดก็อาจเป็นสาเหตุของการระคายเคืองในลำคอได้ ในเด็กและวัยรุ่น (พบได้บ่อยในเด็กอายุ 5-15 ปี) ที่มีอาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อแบคที่เรีย Group A Beta-hemolytic Streptococcus ทำให้เกิดการอักเสบและบวมของต่อมทอนซิล (tonsillitis) หากได้รับการรักษาไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาจลุกลามเป็นโรคหัวใจรูมาติก หรือไตอักเสบเฉียบพลัน ส่วนต่อมทอนซิลและคอหอยอักเสบกลับพบการอักเสบที่ mucous membrane ของคอหอย (pharynx) ด้านหลังและรอบๆ ต่อมน้ำเหลือง ผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บคอเด่นชัดกว่าอาการอื่น ๆ ส่วน laryngitis คือกล่องเสียงอักเสบ อาการเด่นก็มีเสียงแหบ และเจ็บคอ ด้วยเช่นกัน
การป้องกัน
· ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการไอ จาม หรือสัมผัสกับพื้นผิวที่มีการใช้งานกับส่วนรวม ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เช่น ลูกบิดประตู ปุ่มกดลิฟต์
· หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการป่วย เช่น เจ็บคอ เป็นหวัด หรือโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบนอื่นๆ
· ภูมิแพ้
o หลีกเสี่ยงการสัมผัสกับปัจจัยกระตุ้น เช่น ฝุ่นละออง ขนสัตว์ เชื้อรา
การจัดการ
· อาการเจ็บคอมักหายเองภายใน 1 สัปดาห์แม้ไม่ได้ใช้ยา
· พักผ่อนมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น
· ดื่มน้ำหรือของเหลวมากๆ การดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ จะช่วยลดอาการระคายคอ และทำให้เมือกเหนียวในลำคอใสขึ้น
· กลั้วคอด้วยน้ำยากลั้วคอหรือน้ำเกลืออุ่นๆ
· อมยาอม หรือรับประทานยาแก้ไอเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการระคายคอ
· กรณีที่สัมผัสหรืออยู่ในบริเวณที่มีมลภาวะมาก ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อลดการสัมผัสต่อมลพิษ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ปริมาณมาก ควรต้องสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 แทนหน้ากากอนามัยชนิดธรรมดา
· ใช้เครื่องทำความชื้นเพื่อลดความแห้งในอากาศและอาการเจ็บคอ
การส่งต่อแพทย์
· เจ็บคอ
o มีอาการต่อเนื่องนานกว่า 1 สัปดาห์
o หายใจลำบากและกลืนลำบาก
o มีไข้สูง
o อาการเจ็บคอเกิดขึ้นบ่อย
o มีอาการเสียงแหบนานกว่า 3 สัปดาห์
o มีผื่นขึ้น
· หวัดทั่วไปหรือไข้หวัดใหญ่
o หญิงตั้งครรภ์หรือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หรืออายุมากกว่า 65 ปีที่มีอาการรุนแรง
o เป็นโรคหืด เบาหวาน โรคหัวใจหรือโรคปอด
มีไข้สูงลอยมานานกว่า 3 วัน และไอมีเสมหะมาก
o มีอาการอาเจียนรุนแรงและไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น
o เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจมีเสียงหวีด
o มึนงง สับสน
o อาการอื่น ๆ ที่เป็นติดต่อกันนานกว่า 1 สัปดาห์หรือแย่ลงแม้จะได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้ว
ทางเลือกในการรักษา
ผลิตภัณฑ์สำหรับแผลในช่องปากและแผลอักเสบ
· ยาใช้เฉพาะที่ที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ เช่น ยาอม ยาบ้วนปาก ยากลั้วคอ หรือสเปรย์ มีตัวยาต่อไปนี้
o ยาต้านการอักเสบ เช่น flurbiprofen และ benzydamine
o ยาชาเฉพาะที่ เช่น amylocaine, lidocaine และ tetracaine
o ยาฆ่าเชื้อ เช่น amylometacresol, benzalkonium chloride, benzoxonium, biclotymol, cetalkonium chloride, cetylpyridinium chloride, chlorhexidine, dequalinium chloride, dichlorobenzyl alcohol, hexetidine และ povidone-iodine
· ผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจผสมยาต้านปฏิชีวนะ เช่น bacitracin, fusafungine, miconazole, neomycin sulfate และ tyrothricin
ยาแก้ปวด ลดไข้
· ยาแก้ปวด ลดไข้ เช่น paracetamol, ibuprofen, aspirin ช่วยบรรเทาอาการปวด หรือไข้ที่เกิดร่วมกับ
อาการเจ็บคอ
· คำแนะนำเพิ่มเติม
o เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือนควรใช้แต่ยา paracetamol
o หลีกเลี่ยงการใช้ยา aspirin ในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่เพิ่งหายจากอาการติดเชื้อไวรัส เช่น หัด ไข้หวัดใหญ่ อีสุกอีไส
ยาปฏิชีวนะ
· ยากลุ่มนี้ใช้เพื่อรักษาอาการเจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรุนแรงของอาการ และลดระยะเวลามีอาการ ป้องกันการเกิดปัญหาแทรกซ้อนและการแพร่เชื้อยาปฏิชีวนะที่ใช้สำหรับอาการเจ็บคอ ได้แก่
o penicillins เช่น amoxicillin, penicillin V, penicillin G benzathine
o cephalosporins เช่น cefalexin, cefadroxil, cefuroxime, cefpodoxime, cefdinir, cefixime
o macrolides เช่น azithromycin, clarithromycin
o ยาปฏิชีวนะอื่นๆ เช่น clindamycin
© 2026 Siammerx Co., Ltd