ฉีดวัคซีนฟรี

เจ็บคอเรื้อรัง: สาเหตุ อาการ และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

27 จำนวนผู้เข้าชม |

29/07/2026


เจ็บคอเรื้อรัง: สาเหตุ อาการ และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

เจ็บคอเรื้อรัง : สาเหตุ อาการ และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์

เจ็บคอไม่หาย อาจไม่ได้เกิดจากไข้หวัดเพียงอย่างเดียว

อาการเจ็บคอเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่หากเจ็บคอนานเกิน 10 วัน อาการหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำบ่อย หรือเป็นต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ อาจเข้าข่ายอาการเจ็บคอเรื้อรัง ซึ่งควรได้รับการประเมินเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

อาการเจ็บคอเรื้อรังไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้ น้ำมูกไหลลงคอ กรดไหลย้อน อากาศแห้ง ควันบุหรี่ มลพิษ หรือการใช้เสียงมากเกินไป การรักษาจึงต้องพิจารณาตามสาเหตุ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง เพราะยาอาจไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นหากต้นเหตุไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

เจ็บคอเรื้อรังคืออะไร

เจ็บคอเรื้อรังหรือคออักเสบเรื้อรัง (Chronic Pharyngitis) คืออาการปวด แสบ คัน หรือระคายเคืองบริเวณลำคอที่ไม่หายไปตามระยะเวลาปกติ หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นซ้ำอยู่บ่อยครั้ง

อาการเจ็บคอเกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อที่บุอยู่ภายในลำคอเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ ผู้ที่มีอาการอาจรู้สึกคอแห้ง เจ็บเมื่อกลืนหรือพูด รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งติดอยู่ในลำคอ ไอ กระแอมบ่อย หรือมีเสียงแหบร่วมด้วย

ลักษณะอาการอาจแตกต่างกันตามสาเหตุ เช่น ผู้ที่มีภูมิแพ้อาจมีอาการจาม คัดจมูก และมีน้ำมูกไหลลงคอ ผู้ที่มีกรดไหลย้อนอาจมีอาการมากหลังรับประทานอาหารหรือตื่นนอนตอนเช้า ขณะที่ผู้ที่ต้องใช้เสียงเป็นเวลานานอาจมีอาการเจ็บคอร่วมกับเสียงล้าหรือเสียงแหบ

อาการเจ็บคอเรื้อรังเกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อเยื่อบุบริเวณลำคอสัมผัสกับเชื้อโรค สารก่อภูมิแพ้ กรดจากกระเพาะอาหาร หรือสารระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวอาจเกิดการอักเสบและไวต่อการกระตุ้นมากขึ้น ส่งผลให้รู้สึกเจ็บ แสบ คัน หรือเหมือนมีสิ่งติดอยู่ในลำคอ

ในกรณีที่เกิดจากน้ำมูกไหลลงคอ น้ำมูกจากโพรงจมูกจะไหลผ่านด้านหลังของลำคออย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการระคายเคือง ไอ และกระแอมบ่อย ส่วนผู้ที่มีกรดไหลย้อน กรดหรือน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารอาจไหลย้อนขึ้นมาถึงหลอดอาหาร ลำคอ หรือกล่องเสียง ทำให้เยื่อบุบริเวณนั้นอักเสบได้

หากยังคงสัมผัสกับปัจจัยกระตุ้น เช่น ควันบุหรี่ ฝุ่น สารเคมี หรืออากาศแห้ง อาการอาจไม่หายสนิทและกลับมาเป็นซ้ำ แม้จะรับประทานยาบรรเทาอาการแล้วก็ตาม การค้นหาและจัดการกับต้นเหตุจึงมีความสำคัญต่อการรักษาในระยะยาว

สาเหตุของอาการเจ็บคอเรื้อรัง

การติดเชื้อ

การติดเชื้อเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการเจ็บคอ โดยเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ส่วนการติดเชื้อแบคทีเรียพบได้น้อยกว่า

หากอาการติดเชื้อไม่หายสนิท เกิดซ้ำบ่อย หรือมีต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้มีอาการเจ็บคอต่อเนื่องได้

ภูมิแพ้และน้ำมูกไหลลงคอ

ผู้ที่แพ้ฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา หรือขนสัตว์อาจมีน้ำมูก คัดจมูก และน้ำมูกไหลลงด้านหลังลำคอ น้ำมูกที่สัมผัสกับเยื่อบุลำคออย่างต่อเนื่องอาจทำให้รู้สึกคันคอ ไอ กระแอม และเจ็บคอเรื้อรัง

กรดไหลย้อนขึ้นมาบริเวณลำคอ

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) และภาวะกรดไหลย้อนขึ้นมาบริเวณคอและกล่องเสียง (Laryngopharyngeal Reflux: LPR) อาจทำให้เกิดอาการเจ็บคอ เสียงแหบ ไอแห้ง กระแอมบ่อย หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดอยู่ในลำคอ

ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแสบร้อนกลางอกร่วมด้วย จึงอาจไม่ทราบว่าอาการเจ็บคอเกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อน

อากาศแห้งและการหายใจทางปาก

อากาศแห้งและการหายใจทางปากสามารถทำให้เยื่อบุลำคอสูญเสียความชุ่มชื้น ผู้ที่อยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน มีอาการคัดจมูก นอนกรน หรือหายใจทางปากขณะนอนหลับ อาจตื่นขึ้นมาพร้อมอาการคอแห้งและเจ็บคอในตอนเช้า

ควันบุหรี่และสารระคายเคือง

ควันบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ฝุ่น มลพิษ สารเคมี และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถระคายเคืองเนื้อเยื่อบริเวณลำคอได้

การสัมผัสสิ่งเหล่านี้เป็นประจำอาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ไอ ระคายคอ และทำให้อาการเจ็บคอกลับมาเป็นซ้ำ

การใช้เสียงมากเกินไป

การพูดเป็นเวลานาน ตะโกน ร้องเพลง หรือพูดเสียงดังโดยไม่ได้พัก อาจทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณลำคอและกล่องเสียงเกิดความล้า

ผู้ที่ต้องใช้เสียงในการทำงาน เช่น ครู นักร้อง พนักงานขาย หรือผู้บรรยาย จึงอาจมีอาการเจ็บคอ เสียงแหบ หรือเสียงล้าได้บ่อย

ความผิดปกติบริเวณลำคอและกล่องเสียง

ในบางกรณี อาการเจ็บคอเรื้อรังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของต่อมทอนซิล กล่องเสียง หรือก้อนบริเวณศีรษะและลำคอ

แม้โรคมะเร็งบริเวณลำคอ ลิ้น หรือกล่องเสียงจะเป็นสาเหตุที่พบได้น้อย แต่ควรได้รับการตรวจหากมีอาการเจ็บคอร่วมกับก้อนที่คอ กลืนลำบาก เสียงแหบเรื้อรัง มีเลือดปน หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการเจ็บคอเรื้อรังที่ควรสังเกต

อาการของแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามสาเหตุ โดยอาการที่อาจพบได้ ได้แก่

  • ปวด แสบ คัน หรือระคายบริเวณลำคอ
  • เจ็บมากขึ้นเมื่อกลืนอาหาร ดื่มน้ำ หรือพูด
  • คอแห้ง โดยเฉพาะหลังตื่นนอน
  • รู้สึกเหมือนมีเสมหะหรือสิ่งติดอยู่ในลำคอ
  • ไอแห้งหรือกระแอมบ่อย
  • เสียงแหบ เสียงเปลี่ยน หรือเสียงล้าง่าย
  • น้ำมูก คัดจมูก หรือน้ำมูกไหลลงคอ
  • มีกลิ่นปาก
  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโตหรือกดเจ็บ
  • ต่อมทอนซิลบวมแดง หรือมีจุดสีขาวและหนอง
  • เรอบ่อยหรือมีรสเปรี้ยวและขมในปาก
  • แสบร้อนบริเวณหน้าอก

ผู้ที่มีกรดไหลย้อนขึ้นมาบริเวณกล่องเสียงบางรายอาจมีเพียงอาการเจ็บคอ ไอ กระแอม และเสียงแหบ โดยไม่มีอาการแสบร้อนกลางอก

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์หากอาการเจ็บคอไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ เป็นต่อเนื่องนานเกิน 10 วัน หรืออาการหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำบ่อย โดยเฉพาะเมื่ออาการรบกวนการรับประทานอาหาร การนอนหลับ การพูด หรือการใช้ชีวิตประจำวัน

ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็วหากมีอาการต่อไปนี้

  • กลืนอาหารหรือเครื่องดื่มลำบาก
  • เจ็บมากเมื่อกลืน
  • อ้าปากลำบาก
  • มีไข้สูง
  • มีผื่นร่วมกับอาการเจ็บคอ
  • ปวดหูเรื้อรัง
  • มีก้อนหรืออาการบวมบริเวณคอ
  • มีเลือดปนในน้ำลายหรือเสมหะ
  • มีเสียงแหบนานเกินสองสัปดาห์
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการที่ควรรีบไปโรงพยาบาล

ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • หายใจลำบาก
  • หายใจมีเสียงดังหรือเสียงแหลม
  • ไม่สามารถกลืนน้ำหรือน้ำลายได้
  • มีน้ำลายไหลเนื่องจากกลืนไม่ได้
  • ลำคอหรือใบหน้าบวมมาก
  • อาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้งมาก ปัสสาวะน้อย หรือเวียนศีรษะ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบรุนแรงหรือการอุดกั้นของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน

การวินิจฉัยอาการเจ็บคอเรื้อรัง

แพทย์จะสอบถามระยะเวลาที่มีอาการ ลักษณะอาการ ช่วงเวลาที่อาการเป็นมากขึ้น ประวัติการติดเชื้อ ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน การสูบบุหรี่ การใช้เสียง และการสัมผัสสารระคายเคือง

จากนั้นแพทย์อาจตรวจช่องปาก ลำคอ ต่อมทอนซิล จมูก และคลำบริเวณคอ เพื่อตรวจหาต่อมน้ำเหลืองหรือก้อนผิดปกติ

หากสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากลำคอเพื่อตรวจหาเชื้อหรือเพาะเชื้อ ในกรณีที่มีอาการเสียงแหบ กลืนลำบาก มีก้อนที่คอ หรือยังไม่ทราบสาเหตุ อาจต้องตรวจลำคอและกล่องเสียงเพิ่มเติมโดยแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก

ผู้ที่มีอาการสัมพันธ์กับการรับประทานอาหาร การนอนราบ หรือมีอาการเรอและแสบร้อนกลางอก อาจได้รับการประเมินเรื่องกรดไหลย้อน ส่วนผู้ที่มีอาการจาม คัดจมูก และน้ำมูกไหลลงคอ อาจต้องประเมินภาวะภูมิแพ้หรือโรคของโพรงจมูกเพิ่มเติม

การรักษาอาการเจ็บคอเรื้อรัง

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง อายุ โรคประจำตัว และยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่

หากเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่มักเน้นการพักผ่อน ดื่มน้ำ และใช้ยาบรรเทาอาการตามความเหมาะสม เนื่องจากยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัสได้

หากตรวจพบการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะตามชนิดของเชื้อและภาวะของผู้ป่วย หากอาการเกิดจากภูมิแพ้ อาจต้องหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

ผู้ที่มีอาการจากกรดไหลย้อนอาจต้องปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร และอาจได้รับยาตามดุลยพินิจของแพทย์

ส่วนผู้ที่มีอาการจากการใช้เสียงควรพักเสียง ปรับวิธีใช้เสียง และหลีกเลี่ยงการตะโกนหรือพูดเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานาน

ในกรณีที่เกิดจากต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังหรือมีความผิดปกติบริเวณลำคอและกล่องเสียง แพทย์จะพิจารณาการตรวจและการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ หรือปรับยาที่ใช้อยู่ด้วยตนเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการเจ็บคอ

การจิบน้ำเป็นระยะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของลำคอ ควรพักผ่อนให้เพียงพอและลดการใช้เสียง โดยเฉพาะในผู้ที่มีเสียงแหบหรือรู้สึกเจ็บเมื่อพูด

ผู้ใหญ่และเด็กที่สามารถกลั้วคอได้อย่างปลอดภัยอาจกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นเพื่อช่วยบรรเทาอาการระคายคอ

ควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ฝุ่น สารเคมี และกลิ่นฉุน รวมถึงดูแลไม่ให้อากาศภายในห้องแห้งเกินไป หากมีอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหลลงคอ อาจปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับการล้างจมูกและการดูแลที่เหมาะสม

ผู้ที่สงสัยว่าอาการเกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อนควรหลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ก่อนนอน เว้นระยะระหว่างการรับประทานอาหารกับการเข้านอน และสังเกตว่าอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดกระตุ้นอาการของตนเอง

ยาแก้ปวด ยาอม หรือยาบรรเทาอาการเจ็บคออาจช่วยให้อาการดีขึ้นชั่วคราว แต่ควรใช้ตามคำแนะนำบนฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคตับ โรคไต โรคกระเพาะอาหาร หรือผู้ที่รับประทานยาประจำ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้ยา

สรุป

อาการเจ็บคอเรื้อรังอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการติดเชื้อ ภูมิแพ้ น้ำมูกไหลลงคอ กรดไหลย้อน อากาศแห้ง การใช้เสียงมากเกินไป และการสัมผัสควันหรือสารระคายเคือง การรักษาจึงต้องค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะหรือปรับยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร

หากเจ็บคอนานเกิน 10 วัน อาการเป็นซ้ำบ่อย หรือมีอาการร่วม เช่น กลืนลำบาก เสียงแหบ มีก้อนที่คอ มีเลือดปน หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม

หากมีอาการหายใจลำบากหรือไม่สามารถกลืนน้ำลายได้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

จัดทำโดย: ภญ. ปุณยนุช อังคะนาวิน

แหล่งอ้างอิง:

  1. Cleveland Clinic. Chronic Pharyngitis.
  2. Mayo Clinic. Sore throat – Symptoms and causes.
  3. NHS. Sore throat.

© 2026 Siammerx Co., Ltd