328 จำนวนผู้เข้าชม |
08/12/2023
อาการคัดจมูก (Nasal Congestion หรือ Stuffy nose
เกิดขึ้นจากการอักเสบของหลอดเลือดบริเวณโพรงจมูกทำให้ผนังเยื่อบุโพรงจมูกบวม ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการคัดจมูกมีหลายประเภท เช่น โรคหวัด ภูมิแพ้ (ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือ สะเก็ดผิวหนังสัตว์) อาการติดเชื้อที่โพรงไซนัส ไข้หวัดใหญ่ การใช้ยาบรรเทาอาการคัดจมูกมากเกินจำเป็น สิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาแทรกซ้อนจากอาการคัดจมูก คือการค้นหาสาเหตุและการรักษาอาการคัดจมูกที่เหมาะสมโดยเฉพาะในเด็กเล็ก อาการคัดจมูกอาจรุนแรงจนกระทบต่อการได้ยินและพัฒนาการด้านการสื่อสาร สำหรับเด็กแรกเกิด (น้อยกว่า 3 เดือน) จะยังไม่สามารถหายใจทางปากได้ ดังนั้นอาการคัดจมูกอาจส่งผลต่อการรับประทานนมหรืออาจส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ อาการคัดจมูกยังอาจส่งผลให้นอนหลับไม่เพียงพอ นอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
คำแนะนำผู้ป่วย
· อาจสูดดมไอน้ำเพื่อช่วยลดอาการคัดจมูก โดยต้มน้ำ 4-6 ถ้วยและใช้ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าขนหนูกางบริเวณเหนือศีรษะเพื่อกักเก็บไอน้ำให้มากขึ้น เพื่อประสิทธิภาพที่ดีควรทำติดต่อกันเป็นเวลาประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง
· ดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อลดความข้นเหนียวของน้ำมูก หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเนื่องจากอาจทำให้เกิดการสูญเสียน้ำมากขึ้นและทำให้อาการแย่ลง
· นอนพักผ่อนในบริเวณที่มีความชื้นที่เหมาะสมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปใด้ หากความชื้นไม่เพียงพออาจใช้เครื่องทำไอระเหย (Vaporizer) หรือเครื่องปรับความชื้นอากาศ (Air Humidifier)
· หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะหากอาการคัดจมูกมีสาเหตุจากไข้ละอองฟาง
· สำหรับเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็กที่จำเป็นต้องสั่งน้ำมูกแนะนำให้ใช้ลูกยางดูดน้ำมูก (Nasal Aspirator) โดยอาจใช้น้ำเกลือหยอดจมูกข้างละ 2-3 หยดเพื่อให้น้ำมูกเหลวขึ้น ก่อนใช้ลูกยางดูดน้ำมูก
· ผลิตภัณฑ์น้ำเกลือชนิดสเปรย์สำหรับพ่นจมูกหรือน้ำเกลือที่พ่นด้วยตนเอง มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการคัดจมูกที่ดี
การส่งต่อแพทย์
อาการคัดจมูก
· เมื่อมีอาการติดต่อกันนานกว่า 1 สัปดาห์หรือมีอาการแย่ลงแม้จะได้รับยาอย่างเหมาะสม
· มีอาการคัดจมูกข้างเดียว ร่วมกับมีน้ำมูกที่มีกลิ่นผิดปกติ เหม็น หรือสีเขียวปนเหลือง
· มีไข้
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza; flu)
· เมื่อมีอาการติดต่อกันนานกว่า 1 สัปดาห์หรือมีอาการแย่ลงแม้จะได้รับยาอย่างเหมาะสม
· มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก(อายุ < 5ปี) ผู้สูงอายุ (> 65ปี)
· ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหืด และโรคปอดอื่น ๆ เบาหวาน HIV/AIDS โรคหัวใจ
· มีไข้สูงลอยติดต่อกันอย่างน้อย 3 วัน แม้จะได้รับยาลดไข้และมีอาการไอมีเสมหะ
· มีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจมีเสียงหวีด
· มีอาการซึม สับสน
· อาเจียนอย่างต่อเนื่องและรุนแรง
ทางเลือกในการรักษา
· ยาลดอาการคัดจมูกและยาอื่นๆ ที่ใช้กับจมูก (Nasal Decongestants & Other Nasal Preparations)
· ยาลดอาการคัดจมูก เช่น naphazoline, oxymetazoline ช่วยหดหลอดเลือดที่เยื่อบุโพรงจมูกทำให้ลดอาการบวมของเยื่อบุโพรงจมูก และhttps://www.mccormickhospital.com/web/articles/blogs/%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9A%20(Rhinosinusitis)
· ควรใช้ยาอย่างระมัดระวังในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคต่อไปนี้ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจhyperthyroidism ต้อหิน ปัสสาวะคั่ง เบาหวาน หรือกำลังรับประทานยากลุ่ม monoamine oxidase inhibitors
คำแนะนำเพิ่มเติม: ผลิตภัณฑ์ที่เป็นยาพ่นจมูกโดยเฉพาะชนิดที่ออกฤทธิ์สั้น ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานกว่า 5 วันเนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการคัดจมูกเมื่อหยุดใช้ยาได้ (rebound congestion)
· น้ำเกลือสำหรับหยอดหรือพ่นจมูก อาจช่วยบรรเทาอาการเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบหรือแห้งจากโรคหวัด โพรงไซนัสอักเสบ หรือไข้ละอองฟาง เหมาะสำหรับเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ที่จำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง
· น้ำทะเล (Sea water) ในรูปแบบสเปรย์พ่นจมูก อาจช่วยบรรเทาอาการคัดแน่นจมูกและโพรงไซนัสจากอาการแพ้โพรงไซนัสอักเสบ หรือเยื่อจมูกอักเสบ
· ยาสำหรับพ่นจมูกที่มี carragelose ใช้สำหรับอาการหวัดหรือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยตัวยาที่ทำให้จมูกชุ่มชื้นและมีแผ่นฟิล์มบางๆ มาปิดกั้นเชื้อโรคอื่น ๆ ไม่ให้เข้าไปได้ เช่น ไข้หวัด มลพิษ หรืออากาศแห้ง
ผลิตภัณฑ์สำหรับบรรเทาอาการไอและไข้หวัด(Cough & Cold Preparations)
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มักประกอบด้วยยาบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
· ยาแก้ปวด (Analgesics) เช่น paracetamol สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ปวดตามร่างกาย หรือลดไข้ที่เกิดจากโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่
· ยาต้านฮีสทามีน (Antihistamines) เช่น chlorpheniramine, loratadine, brompheniramine, diphenhydramine และ triprolidine อาจช่วยลดน้ำมูกและอาการคัดจมูกได้
· ยาแก้ไอ (Cough suppressants) เช่น dextromethorphan อาจช่วยบรรเทาอาการไอได้ แต่ยาชนิดนี้ใด้รับการควบคุมการใช้ เนื่องจากมีการใช้ยาในทางที่ผิดบ่อยครั้ง และไม่แนะนำให้ใช้ติดต่อกันเป็นประจำ
· ยาบรรเทาอาการคัดจมูก (Decongestants) เช่น phenyl-propanolamine, pseudoephedrine และ phenylephrine
· ยาแก้ไอและยาลดอาการคัดจมูก อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ ดังนั้นก่อนจ่ายยาดังกล่าวควรซักประวัติ และระมัดระวังในการจ่ายยา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หรือเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว เนื่องจากยาบรรเทาอาการคัดจมูกทั้งชนิดรับประทานหรือชนิดพ่นจมูกอาจเพิ่มความดันโลหิตได้ หรือยาแก้แพ้ ยาต้านฮีสทามีนบางชนิด อาจทำให้ง่วงซึมได้จึงต้องระวังการใช้ในผู้ที่ต้องขับขี่ยานพาหนะหรือควบคุมเครื่องจักรอยู่ตลอดเวลา
© 2026 Siammerx Co., Ltd