ฉีดวัคซีนฟรี

เชื้อราบนหนังศีรษะ: สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

28 จำนวนผู้เข้าชม |

07/08/2026


เชื้อราบนหนังศีรษะ: สาเหตุ อาการ การติดต่อ และแนวทางการรักษา

เชื้อราบนหนังศีรษะ

อาการคัน หนังศีรษะลอก และมีขุยติดอยู่ตามเส้นผม อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นรังแคทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง ร่วมกับผมร่วงเป็นหย่อม เส้นผมหัก หรือหนังศีรษะอักเสบ อาจเป็นสัญญาณของเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาแตกต่างจากรังแค

เชื้อราบนหนังศีรษะสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง รวมถึงติดต่อผ่านสัตว์หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนได้ การสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญ เพราะการใช้แชมพูหรือยาทาภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการกำจัดเชื้อที่อยู่ภายในเส้นผมและรูขุมขน


เชื้อราบนหนังศีรษะคืออะไร

เชื้อราบนหนังศีรษะ หรือโรคกลากที่หนังศีรษะ มีชื่อทางการแพทย์ว่า ทิเนียแคปปิติส (Tinea capitis) เป็นการติดเชื้อราบริเวณผิวหนังศีรษะ เส้นผม และรูขุมขน เกิดจากเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ซึ่งสามารถเจริญเติบโตในบริเวณที่มีเคราติน เช่น ผิวหนัง เส้นผม และเล็บ

แม้ภาษาอังกฤษจะเรียกโรคกลากว่า Ringworm แต่โรคนี้ไม่ได้เกิดจากหนอนหรือพยาธิ ชื่อดังกล่าวมาจากลักษณะผื่นเชื้อราบนผิวหนังบางบริเวณที่อาจมีรูปร่างคล้ายวงแหวน อย่างไรก็ตาม เมื่อเชื้อเกิดขึ้นบนหนังศีรษะ ผื่นอาจไม่ได้เป็นวงอย่างชัดเจน แต่อาจปรากฏเป็นบริเวณที่มีขุย เส้นผมหัก หรือผมร่วงเป็นหย่อมแทน

เชื้อราบนหนังศีรษะพบได้บ่อยในเด็ก โดยเฉพาะเด็กวัยเรียน เนื่องจากมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดและใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อและสัตว์ที่มีเชื้อ

อาการของโรคอาจมีความรุนแรงแตกต่างกัน บางรายมีเพียงหนังศีรษะลอกและคันคล้ายรังแค ขณะที่บางรายอาจเกิดการอักเสบ มีตุ่มหนอง หนังศีรษะบวม หรือผมร่วงเป็นบริเวณกว้าง


สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ

เชื้อราบนหนังศีรษะเกิดจากการได้รับเชื้อราเดอร์มาโทไฟต์จากคน สัตว์ สิ่งของ หรือสิ่งแวดล้อม เชื้อสามารถเข้าสู่ชั้นผิวหนัง เส้นผม และรูขุมขน ก่อนเพิ่มจำนวนและทำให้เกิดอาการผิดปกติ

ช่องทางการได้รับเชื้อที่สำคัญ ได้แก่


การสัมผัสกับผู้ที่มีเชื้อโดยตรง

การสัมผัสหนังศีรษะ เส้นผม หรือผิวหนังของผู้ติดเชื้อ เป็นช่องทางการติดต่อที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เด็กที่เล่นใกล้ชิดกัน หรือผู้ที่ต้องสัมผัสเส้นผมของผู้อื่นเป็นประจำ

ผู้ติดเชื้อบางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการชัดเจน แต่ยังอาจมีเชื้ออยู่บนหนังศีรษะและแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้


การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

เชื้อราอาจติดอยู่บนสิ่งของที่สัมผัสกับหนังศีรษะหรือเส้นผม เช่น หวี แปรงผม หมวก หมวกกันน็อก ผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน เครื่องนอน กิ๊บติดผม และอุปกรณ์ตัดผม

การใช้สิ่งของเหล่านี้ร่วมกับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มโอกาสได้รับเชื้อ


การสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้อ

สัตว์เลี้ยงบางชนิด โดยเฉพาะแมวและสุนัข สามารถเป็นพาหะของเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกลากได้ สัตว์ที่ติดเชื้ออาจมีขนร่วงเป็นหย่อม ผิวหนังลอก มีสะเก็ด หรือมีรอยแดง แต่สัตว์บางตัวอาจมีเชื้อโดยไม่แสดงอาการชัดเจน

หากสมาชิกในบ้านเป็นเชื้อราบนหนังศีรษะ และพบว่าสัตว์เลี้ยงมีขนร่วงหรือผิวหนังผิดปกติ ควรพาสัตว์ไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการตรวจ ไม่ควรนำยาของคนไปใช้กับสัตว์โดยไม่ได้รับคำแนะนำ


การสัมผัสเชื้อจากสิ่งแวดล้อม

เชื้อราบางชนิดสามารถพบได้ในดิน การติดเชื้อผ่านดินพบได้น้อยกว่าการติดต่อจากคน สัตว์ หรือสิ่งของ แต่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อหนังศีรษะมีบาดแผล รอยถลอก หรือการระคายเคือง


ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง

สภาพอากาศร้อนชื้น การมีเหงื่อสะสมบนหนังศีรษะ การอยู่ในสถานที่แออัด และการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อาจเอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อ

เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น


อาการของเชื้อราบนหนังศีรษะที่ควรสังเกต

อาการของเชื้อราบนหนังศีรษะอาจแตกต่างกันตามชนิดของเชื้อและการตอบสนองของร่างกาย บางครั้งอาการอาจคล้ายรังแค ผิวหนังอักเสบจากไขมัน โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น

อาการที่อาจพบได้ ได้แก่

  • หนังศีรษะลอกและมีขุยเป็นหย่อม
  • มีอาการคันหนังศีรษะ
  • เกิดรอยแดงหรือผื่นบริเวณหนังศีรษะ
  • เส้นผมเปราะและหักง่าย
  • เส้นผมหักสั้นและมีความยาวไม่เท่ากัน
  • ผมร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม
  • มีจุดดำบนหนังศีรษะจากเส้นผมที่หักใกล้โคน
  • มีสะเก็ดหนาหรือคราบติดอยู่บนหนังศีรษะ
  • มีตุ่มนูน ตุ่มหนอง หรือแผลที่มีของเหลวไหล
  • หนังศีรษะบวม แดง หรือกดเจ็บ
  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอหรือหลังหูโต

ลักษณะสำคัญที่ช่วยแยกเชื้อราบนหนังศีรษะออกจากรังแคทั่วไป คือ การมีเส้นผมหัก ผมร่วงเป็นหย่อม จุดดำบริเวณรูขุมขน หรือมีการอักเสบของหนังศีรษะร่วมด้วย ส่วนรังแคมักทำให้เกิดขุยกระจายและอาการคัน แต่ไม่ทำให้เกิดผมร่วงเป็นหย่อมอย่างชัดเจน

ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการอักเสบรุนแรงจนเป็นก้อนบวมนุ่ม เรียกว่า เคอริออน (Kerion) ซึ่งอาจมีลักษณะแดง เจ็บ มีหนอง หรือมีของเหลวไหล หากเกิดการอักเสบเป็นเวลานาน อาจทำให้รูขุมขนเกิดแผลเป็นและมีความเสี่ยงที่เส้นผมบางส่วนจะไม่งอกกลับตามปกติ


อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์

เชื้อราบนหนังศีรษะส่วนใหญ่ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ควรได้รับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากมักต้องใช้ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทาน และสามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลใกล้ชิดได้

ควรรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • หนังศีรษะบวม แดง ร้อน หรือกดเจ็บมาก
  • มีก้อนบวม ตุ่มหนอง แผลเปิด หรือของเหลวไหล
  • ผมร่วงเป็นหย่อมอย่างรวดเร็วหรือเป็นบริเวณกว้าง
  • มีสะเก็ดหนาปกคลุมหนังศีรษะ
  • มีไข้ อ่อนเพลีย หรือมีอาการไม่สบายร่วมด้วย
  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอหรือหลังหูโตและเจ็บ
  • อาการเกิดขึ้นในเด็ก โดยเฉพาะเมื่อมีผมร่วงร่วมด้วย
  • มีโรคประจำตัวหรือภาวะที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • กำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ยาสเตียรอยด์ หรือรับยาเคมีบำบัด
  • อาการไม่ดีขึ้น กลับมาเป็นซ้ำ หรือรุนแรงขึ้นระหว่างการรักษา

ผู้ที่สงสัยว่าเป็นเชื้อราบนหนังศีรษะควรปรึกษาแพทย์ แม้อาการยังไม่รุนแรง เพราะการรักษาด้วยแชมพูหรือยาทาภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถกำจัดเชื้อที่อยู่ภายในเส้นผมได้


เชื้อราบนหนังศีรษะติดต่อกันได้อย่างไร

เชื้อราบนหนังศีรษะเป็นโรคติดต่อ เชื้อสามารถแพร่จากคนสู่คน จากสัตว์สู่คน และผ่านสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน

การติดต่อจากคนสู่คนมักเกิดจากการสัมผัสหนังศีรษะหรือเส้นผมของผู้ติดเชื้อโดยตรง การอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน การนอนร่วมกัน หรือการเล่นคลุกคลีกัน อาจเพิ่มโอกาสได้รับเชื้อ

เชื้อยังสามารถแพร่ผ่านสิ่งของที่สัมผัสกับหนังศีรษะ เช่น หวี หมวก ผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน เครื่องนอน และอุปกรณ์ตัดผม หากนำสิ่งของดังกล่าวมาใช้ร่วมกันโดยไม่ได้ทำความสะอาด อาจทำให้เชื้อแพร่ไปยังผู้อื่นได้

สัตว์ที่มีเชื้อสามารถแพร่เชื้อมาสู่คนผ่านการอุ้ม การสัมผัสขน หรือการสัมผัสผิวหนัง โดยสัตว์บางตัวอาจไม่มีอาการที่เห็นได้ชัด หากสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงมีเชื้อ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำภายในบ้าน

นอกจากนี้ การเกาบริเวณที่มีเชื้อแล้วนำมือไปสัมผัสผิวหนังส่วนอื่น อาจทำให้เชื้อแพร่ไปยังใบหน้า ลำตัว แขน ขา หรือเล็บได้ จึงควรล้างมือหลังสัมผัสหนังศีรษะและหลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาผื่น


แพทย์วินิจฉัยเชื้อราบนหนังศีรษะอย่างไร

แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับอาการ ระยะเวลาที่เป็น การสัมผัสผู้ติดเชื้อ การใช้ของใช้ร่วมกับผู้อื่น และการสัมผัสสัตว์เลี้ยง จากนั้นจึงตรวจลักษณะของหนังศีรษะ เส้นผม และผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกาย

ในบางกรณี แพทย์อาจเก็บตัวอย่างขุยผิวหนังหรือเส้นผมจากบริเวณที่ผิดปกติ เพื่อนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์หรือเพาะเชื้อรา การตรวจดังกล่าวช่วยยืนยันการติดเชื้อและแยกออกจากภาวะอื่นที่มีอาการคล้ายกัน

แพทย์อาจใช้กล้องตรวจผิวหนังหรือแสงชนิดพิเศษร่วมด้วยในบางกรณี แต่การตรวจที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามลักษณะอาการและดุลยพินิจของแพทย์


แนวทางการรักษาเชื้อราบนหนังศีรษะ

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนัก ชนิดของเชื้อ ความรุนแรงของอาการ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และการประเมินของแพทย์


การใช้ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทาน

เชื้อราบนหนังศีรษะมักต้องรักษาด้วยยาต้านเชื้อราชนิดรับประทาน เนื่องจากเชื้อสามารถอยู่ภายในเส้นผมและรูขุมขน ยาทาภายนอกจึงไม่สามารถเข้าถึงเชื้อได้อย่างเพียงพอ

ระยะเวลาการรักษาอาจใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของยา เชื้อที่เป็นสาเหตุ และการตอบสนองต่อการรักษา ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างต่อเนื่อง และไม่ควรหยุดยาเองแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว

ยาต้านเชื้อราอาจมีข้อควรระวังและอาจเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิด ผู้ที่มีโรคตับ ใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเคยมีประวัติแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา


การใช้แชมพูต้านเชื้อราร่วมกับการรักษา

แพทย์อาจแนะนำให้ใช้แชมพูต้านเชื้อราร่วมกับยารับประทาน เพื่อช่วยลดจำนวนเชื้อบนหนังศีรษะและลดโอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม แชมพูต้านเชื้อราไม่ควรใช้เป็นการรักษาหลักเพียงอย่างเดียว เนื่องจากไม่สามารถกำจัดเชื้อที่อยู่ภายในเส้นผมและรูขุมขนได้


การดูแลหนังศีรษะที่มีการอักเสบ

หากมีหนังศีรษะบวม มีหนอง หรือเกิดก้อนเคอริออน แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเพิ่มเติมตามความรุนแรงของอาการ

ไม่ควรบีบ เจาะ แกะสะเก็ด หรือเกาบริเวณที่อักเสบ เพราะอาจทำให้เกิดบาดแผล เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสเกิดแผลเป็นบริเวณรูขุมขน

ไม่ควรซื้อยาสเตียรอยด์หรือครีมผสมสเตียรอยด์มาทาเอง หากยังไม่ได้รับการวินิจฉัย เนื่องจากยาอาจลดรอยแดงและอาการคันได้ชั่วคราว แต่สามารถทำให้เชื้อราแพร่กระจาย เปลี่ยนลักษณะของผื่น และทำให้วินิจฉัยได้ยากขึ้น


วิธีลดการแพร่เชื้อและป้องกันการติดซ้ำ

การดูแลความสะอาดและลดการใช้ของใช้ร่วมกัน มีส่วนช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อและการกลับมาติดเชื้อซ้ำได้ โดยควรปฏิบัติดังนี้

  • ไม่ใช้หวี แปรงผม หมวก ผ้าเช็ดตัว และปลอกหมอนร่วมกับผู้อื่น
  • ทำความสะอาดหวีและอุปกรณ์ดูแลเส้นผมเป็นประจำ
  • ซักผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน และเครื่องนอนอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่ใช้ปัตตาเลี่ยนหรืออุปกรณ์ตัดผมที่ไม่ได้ผ่านการทำความสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการเกาหรือแกะบริเวณที่มีอาการ
  • ล้างมือหลังสัมผัสหนังศีรษะหรือทายาตามคำแนะนำ
  • ตรวจดูว่าสมาชิกในครอบครัวมีอาการผิดปกติหรือไม่
  • พาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ หากมีขนร่วงเป็นหย่อมหรือผิวหนังผิดปกติ
  • ใช้ยาให้ครบตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
  • ไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา

สมาชิกในครอบครัวหรือผู้ที่อยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้ออาจต้องได้รับการประเมินในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีอาการคัน หนังศีรษะลอก หรือผมร่วงผิดปกติ


สรุป

เชื้อราบนหนังศีรษะเป็นการติดเชื้อราบริเวณผิวหนังศีรษะ เส้นผม และรูขุมขน อาการอาจคล้ายรังแค แต่ผู้ป่วยมักมีเส้นผมหัก ผมร่วงเป็นหย่อม จุดดำบริเวณหนังศีรษะ หรือมีการอักเสบร่วมด้วย

โรคสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผู้ติดเชื้อ สัตว์ และสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน การไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นและการทำความสะอาดอุปกรณ์ดูแลเส้นผมอย่างเหมาะสม อาจช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อได้

เนื่องจากเชื้อสามารถอยู่ภายในเส้นผม การรักษาจึงมักต้องใช้ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์ หากมีผมร่วงเป็นหย่อม หนังศีรษะบวม เจ็บ มีหนอง หรืออาการไม่ดีขึ้น ไม่ควรรักษาด้วยตนเอง ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม


จัดทำโดย: พญ. นัทจิรา จียาศักดิ์

อ้างอิง:, Centers for Disease Control and Prevention. Treatment of Ringworm, National Health Service. Ringworm, American Academy of Dermatology Association. Ringworm: Signs and Symptoms

© 2026 Siammerx Co., Ltd