อาการตาแดง น้ำตาไหล หรือรู้สึกระคายเคืองในดวงตา เป็นอาการที่พบได้บ่อย และหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส (Viral Conjunctivitis) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุตา
ภาวะนี้สามารถแพร่กระจายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้ง่าย โดยเฉพาะผ่านการสัมผัสมือ สิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือสารคัดหลั่งจากดวงตา แม้หลายกรณีสามารถหายได้เอง แต่การดูแลที่ถูกต้องช่วยลดการแพร่เชื้อและลดความไม่สบายตาได้
เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส (Viral Conjunctivitis) คืออะไร
เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส คือ การอักเสบของ เยื่อบุตา (Conjunctiva) ซึ่งเป็นเยื่อบาง ๆ ที่ปกคลุมบริเวณตาขาวและด้านในของเปลือกตา
เมื่อเกิดการอักเสบ หลอดเลือดบริเวณเยื่อบุตาจะขยายตัว ทำให้เห็นตาขาวมีสีแดงหรือชมพู จึงมักเรียกภาวะนี้ว่า “ตาแดง” หรือ “Pink Eye”
ไวรัสที่เป็นสาเหตุพบได้หลายชนิด โดยเฉพาะ อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากไวรัสกลุ่มอื่น เช่น Herpes simplex virus หรือ Varicella-zoster virus ได้เช่นกัน
ทำไมเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสจึงควรใส่ใจ
แม้เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้เอง แต่เป็นภาวะที่ แพร่เชื้อได้ง่าย และอาจทำให้เกิดการระบาดในครอบครัว โรงเรียน หรือสถานที่ทำงานได้
นอกจากนี้ ในบางราย โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสบางชนิด อาจมีการอักเสบของกระจกตาร่วมด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็นได้ จึงควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณเตือน
สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
สาเหตุหลักของเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส ได้แก่
- การติดเชื้อไวรัสโดยตรง มักเกิดจากไวรัสกลุ่ม Adenovirus ซึ่งสามารถพบร่วมกับอาการคล้ายหวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ
- การสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำตา ขี้ตา หรือสารคัดหลั่งจากดวงตา
- การสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เครื่องสำอาง หรืออุปกรณ์ส่วนตัว
- การนำมือที่มีเชื้อเข้าสู่ดวงตา เช่น การขยี้ตาหลังสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ
อาการของเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ตาแดงบริเวณตาขาว
- น้ำตาไหลมากกว่าปกติ
- รู้สึกระคายเคือง แสบตา หรือเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา
- เปลือกตาบวมเล็กน้อย
- มีขี้ตาลักษณะเป็นเมือกใสหรือขาว
- อาจเริ่มเป็นที่ตาข้างหนึ่งก่อน แล้วแพร่ไปอีกข้างภายในไม่กี่วัน
- อาจมีอาการร่วม เช่น เจ็บคอ น้ำมูกไหล หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด
โดยทั่วไป เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสมักมีน้ำตาหรือสารคัดหลั่งลักษณะใสมากกว่าขี้ตาข้นแบบหนอง ซึ่งอาจพบได้บ่อยในเยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรีย
อาการแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาล
ควรพบแพทย์โดยเร็ว หากมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดตาอย่างชัดเจน
- ตามัว หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง
- แพ้แสงมากผิดปกติ
- ตาแดงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
- มีอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลังผ่านไปหลายวัน
- มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน
- ใส่คอนแทคเลนส์และมีอาการผิดปกติที่ดวงตา
การวินิจฉัย
แพทย์มักวินิจฉัยจาก
- การซักประวัติอาการ
- การตรวจลักษณะของตาและเยื่อบุตา
- การประเมินอาการร่วม เช่น ไข้ อาการทางระบบทางเดินหายใจ หรือประวัติสัมผัสผู้ป่วย
ในบางกรณีที่ต้องแยกจากการติดเชื้อชนิดอื่น อาจมีการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
แนวทางการรักษาและการดูแล
เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสส่วนใหญ่มักดีขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยการรักษามักเน้นลดอาการไม่สบาย เช่น
- ใช้น้ำตาเทียมเพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง
- ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาเพื่อลดอาการบวมและไม่สบายตา
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
- หยุดใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าอาการจะดีขึ้น
ยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัสได้ และไม่ควรใช้ยาหยอดตาหรือยารักษาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
หากเกิดจากไวรัสบางชนิด เช่น Herpes simplex virus แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยาต้านไวรัสตามความเหมาะสม
วิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
เนื่องจากโรคนี้สามารถแพร่เชื้อได้ง่าย ควรปฏิบัติดังนี้
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงการจับหรือขยี้ตา
- ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือเครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น
- ทำความสะอาดสิ่งของที่สัมผัสบ่อย เช่น โทรศัพท์ แว่นตา หรืออุปกรณ์ส่วนตัว
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่นในช่วงที่มีอาการมาก
ใครควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
ควรปรึกษาแพทย์หาก
- อาการตาแดงไม่ดีขึ้นหรือเป็นซ้ำบ่อย
- มีอาการปวดตา มองเห็นผิดปกติ หรือแพ้แสง
- เป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- ใช้คอนแทคเลนส์
- ไม่แน่ใจว่าเป็นการติดเชื้อชนิดใด
สรุป
เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส (Viral Conjunctivitis) เป็นภาวะตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณเยื่อบุตา โดยมักมีอาการตาแดง น้ำตาไหล ระคายเคือง และสามารถแพร่กระจายได้ง่าย
แม้หลายกรณีสามารถหายได้เอง แต่การดูแลสุขอนามัย การหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อ และการสังเกตสัญญาณอันตรายเป็นสิ่งสำคัญ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตา มองเห็นลดลง หรืออาการรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม
จัดทำโดย: ภญ. ปุณยนุช อังคะนาวิน
แหล่งอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Conjunctivitis (Pink Eye)
- National Eye Institute (NEI). Pink Eye Treatment
- DermNet. Viral Conjunctivitis
TH
EN
CN
JAP
AR