ฉีดวัคซีนฟรี

ภาวะหอบหืดกำเริบ: อาการ สัญญาณอันตราย และวิธีรับมืออย่างถูกต้อง

1 จำนวนผู้เข้าชม |

28/09/2026


ภาวะหอบหืดกำเริบ: อาการ สัญญาณอันตราย และวิธีรับมืออย่างถูกต้อง

โรคหอบหืดอาจดูเหมือนควบคุมได้ดี แต่บางครั้งอาการสามารถแย่ลงอย่างรวดเร็วและกลายเป็นภาวะฉุกเฉินได้

ภาวะหอบหืดกำเริบ หรือ Asthma Exacerbation เป็นช่วงที่อาการของโรคหอบหืดแย่ลงจากภาวะปกติ ผู้ป่วยอาจไอมากขึ้น หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก พร้อมกับการทำงานของปอดที่ลดลง อาการอาจค่อย ๆ รุนแรงขึ้นภายในหลายชั่วโมงหรือหลายวัน หรือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก็ได้

แม้ผู้ที่มีอาการหอบหืดไม่บ่อยหรือเคยควบคุมโรคได้ดีก็สามารถเกิดการกำเริบรุนแรงได้ ดังนั้นการรู้จักสัญญาณเตือนและมีแผนรับมือที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ

ภาวะหอบหืดกำเริบคืออะไร

โรคหอบหืดเป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบและการตีบแคบของหลอดลม เมื่อโรคกำเริบ กล้ามเนื้อรอบหลอดลมหดตัว เยื่อบุทางเดินหายใจเกิดการอักเสบและบวมมากขึ้น รวมถึงอาจมีการสร้างเสมหะเพิ่มขึ้น ทำให้ช่องทางที่อากาศใช้ผ่านเข้าออกปอดแคบลง

ผลที่ตามมาคือผู้ป่วยต้องใช้แรงในการหายใจมากขึ้น โดยเฉพาะขณะหายใจออก จึงเกิดอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไอ และหายใจมีเสียงหวีด

ความรุนแรงของการกำเริบแตกต่างกันในแต่ละคน บางครั้งอาการสามารถควบคุมได้ตามแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด แต่การกำเริบรุนแรงอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในกรณีที่รุนแรงมากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการที่ควรสังเกต

อาการของภาวะหอบหืดกำเริบอาจแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะเป็นอาการเดิมของโรคหอบหืดที่เกิดบ่อยขึ้นหรือรุนแรงกว่าปกติ ได้แก่

  • หายใจลำบากหรือรู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่ม
  • หายใจมีเสียงหวีด
  • ไอมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด
  • แน่นหรืออึดอัดบริเวณหน้าอก
  • ต้องใช้ยาบรรเทาอาการบ่อยกว่าปกติ
  • อาการรบกวนการนอน การทำงาน หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
  • ค่า Peak Expiratory Flow (PEF) ลดลง หากมีการใช้เครื่องวัด Peak Flow ตามแผนการรักษา

สิ่งสำคัญคือไม่ควรรอจนมีอาการหายใจไม่ออกอย่างรุนแรงจึงเริ่มรับมือ การสังเกตว่าอาการกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากภาวะปกติของตนเองและปฏิบัติตาม Asthma Action Plan ตั้งแต่ระยะแรกสามารถช่วยลดโอกาสที่อาการจะรุนแรงขึ้นได้

อะไรทำให้โรคหอบหืดกำเริบ

ภาวะหอบหืดกำเริบสามารถเกิดจากปัจจัยกระตุ้นได้หลายชนิด และผู้ป่วยแต่ละคนอาจตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นแตกต่างกัน

หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยคือการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือ RSV ซึ่งสามารถกระตุ้นการอักเสบของทางเดินหายใจและทำให้อาการหอบหืดแย่ลงได้

สารก่อภูมิแพ้ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา สารจากสัตว์เลี้ยง หรือแมลงสาบ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหอบหืดสัมพันธ์กับภูมิแพ้

ควันบุหรี่ ควันจากบุหรี่ไฟฟ้า มลพิษทางอากาศ และสารเคมีหรือกลิ่นบางชนิดสามารถระคายเคืองทางเดินหายใจและกระตุ้นอาการได้เช่นกัน

ปัจจัยอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ การออกกำลังกาย อากาศเย็นหรือแห้ง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความเครียดหรืออารมณ์รุนแรง และยาบางชนิด เช่น beta-blockers รวมถึง aspirin หรือยากลุ่ม NSAIDs ในผู้ป่วยบางราย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการใช้ยาควบคุมโรคที่มี inhaled corticosteroid (ICS) ไม่สม่ำเสมอหรือหยุดยาเอง ซึ่งอาจทำให้การอักเสบของทางเดินหายใจไม่ได้รับการควบคุมและเพิ่มความเสี่ยงต่อการกำเริบ

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรรอ

ภาวะหอบหืดกำเริบรุนแรงเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วนหากอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาตามแผนการรักษาที่ได้รับจากแพทย์

สัญญาณที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ หายใจลำบากมากจนพูดหรือทำกิจกรรมตามปกติไม่ได้ อาการไม่ตอบสนองต่อยาบรรเทาอาการ หรืออาการกลับมาแย่ลงอย่างรวดเร็ว

หากผู้ป่วยมีอาการซึม สับสน หรือมีภาวะที่เรียกว่า “silent chest” ซึ่งแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจเนื่องจากการไหลของอากาศลดลงอย่างรุนแรง ถือเป็นสัญญาณของภาวะอันตรายและต้องได้รับการรักษาฉุกเฉินทันที

ในเด็กเล็ก หากมีอาการซึม สับสน ริมฝีปากหรือผิวหนังมีสีเขียวคล้ำ หรือมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน

เมื่อเริ่มมีอาการควรทำอย่างไร

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหอบหืดควรมี Asthma Action Plan หรือแผนรับมือโรคหอบหืดที่จัดทำร่วมกับแพทย์ แผนดังกล่าวจะระบุวิธีสังเกตว่าโรคกำลังแย่ลง ควรใช้ยาชนิดใด เมื่อใด และเมื่อใดควรไปพบแพทย์หรือเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

เมื่อเริ่มมีอาการกำเริบ ควรใช้ยาบรรเทาอาการตามชนิด ขนาด และวิธีที่แพทย์กำหนดไว้ในแผน ไม่ควรเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนยาเองโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์

หากใช้ยาตามแผนแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง ควรเข้ารับการรักษาโดยเร็ว ไม่ควรพยายามรักษาอาการรุนแรงด้วยตนเองที่บ้านเป็นเวลานาน

ในสถานพยาบาล แพทย์จะประเมินความรุนแรงจากอาการ อัตราการหายใจ ชีพจร ระดับออกซิเจน และการทำงานของปอดตามความเหมาะสม การรักษาอาจประกอบด้วยยาขยายหลอดลม ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ และออกซิเจน รวมถึงการรักษาเพิ่มเติมตามความรุนแรงของผู้ป่วย

ป้องกันการกำเริบซ้ำได้อย่างไร

การป้องกันไม่ได้หมายถึงเพียงการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น แต่หัวใจสำคัญคือการควบคุมการอักเสบของโรคหอบหืดอย่างต่อเนื่อง

แนวทางของ Global Initiative for Asthma หรือ GINA เน้นการรักษาที่มียากลุ่ม inhaled corticosteroid เป็นส่วนประกอบ เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหอบหืดกำเริบรุนแรง

ผู้ป่วยควรใช้ยาตามแผนการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดยาควบคุมโรคเองแม้ช่วงที่ไม่มีอาการ รวมถึงเรียนรู้วิธีใช้ยาพ่นอย่างถูกต้อง เพราะเทคนิคการใช้ยาพ่นที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ยาเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ไม่เพียงพอ

การรู้จักและลดการสัมผัสปัจจัยกระตุ้นของตนเองก็มีความสำคัญ เช่น หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่ทราบว่าเป็นตัวกระตุ้น และติดตามคุณภาพอากาศหากมลพิษทำให้อาการแย่ลง

หลังเกิดภาวะหอบหืดกำเริบควรมีการติดตามอาการกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อประเมินการควบคุมโรค ทบทวนปัจจัยเสี่ยง ตรวจสอบวิธีใช้ยาพ่นและการใช้ยาสม่ำเสมอ รวมถึงปรับ Asthma Action Plan ให้เหมาะสม

สรุป

ภาวะหอบหืดกำเริบไม่ใช่เพียงอาการหอบที่รุนแรงขึ้นชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณว่าการทำงานของทางเดินหายใจกำลังแย่ลง และในบางกรณีสามารถพัฒนาเป็นภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ แม้ในผู้ที่ปกติมีอาการหอบหืดไม่บ่อยก็ตาม

สิ่งสำคัญคือการรู้ว่าอาการปกติของตนเองเป็นอย่างไร เพื่อให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ระยะแรก ใช้ยาตามแผนที่แพทย์กำหนด รู้จักสัญญาณที่ต้องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ และไม่หยุดยาควบคุมโรคเองเมื่อรู้สึกดีขึ้น

การควบคุมโรคหอบหืดอย่างต่อเนื่อง การใช้ยาพ่นอย่างถูกวิธี การลดการสัมผัสปัจจัยกระตุ้น และการมี Asthma Action Plan ที่ชัดเจน เป็นส่วนสำคัญในการลดโอกาสเกิดการกำเริบรุนแรงและช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

จัดทำโดย: ภญ. ปุณยนุช อังคะนาวิน

อ้างอิง

  1. Global Initiative for Asthma (GINA). Global Strategy for Asthma Management and Prevention / Summary Guide for Asthma Management and Prevention. 2026. https://ginasthma.org/2026-gina-summary-guide/
  2. National Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI). Asthma Attack. https://www.nhlbi.nih.gov/health/asthma/attacks
  3. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Controlling Asthma. https://www.cdc.gov/asthma/control/

© 2026 Siammerx Co., Ltd